
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ในฐานะประธาน ธ.ก.ส. จะประชุมคณะกรรมการของธนาคารในวันที่ 30 เม.ย. นี้ เพื่อเห็นชอบ ครงการสินเชื่อ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ปล่อยกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งปัจจุบันเงินกู้อยู่ที่ประมาณ 6% รัฐบาลจะช่วยจ่าย 3% และเกษตรกรผู้กู้จ่าย 3% ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นขอบไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับการปล่อยกู้ดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยนำเงินไปซื้อปุ๋ยและปัจจัยการผลิต บรรเทาผลกระทบจากราคาที่ผันผวนจากสถานการณ์โลก
ทั้งนี้ ระยะเวลาการกู้นาย 12 เดือน นับถัดจากวันรับเงินกู้และไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2572
สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” มีดังนี้
1) ต้องผ่านการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill) โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
2) ใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
3) ใช้พันธุ์/เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนดและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
4) สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนดโดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก



