
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ 1.6% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 2.0% จากผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลาง และวิกฤตพลังงานของโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสูง
ทั้งนี้ การประมาณการเศรษฐกิจล่าสุด อยู่บนสมมุติฐาน 5 ปัจจัยสำคัญ
1 เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก ขยายตัวได้ 3.0% ชะลอเล็กน้อย แต่ยังขยายตัวได้ดี สงครามตะวันออกกลางดีขึ้น กระทบพลังงานและวัตถุดิบขาดแคลนและราคาแพงลดลง
2 ค่าบาท มีเสถียรภาพที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า
3 ราคาน้ำมันดิบดูไบผันผวนสูงสุดที่ 104.2 ดอลลาร์ต่อบาเรล เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีถึงล่าสุดอยู่ที่ 91.12 ดอลลาร์ต่อบาเรล แนวโน้มยังทรงตัวสูงและผันผวนต่อไปทั้งปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 91 ดอลลาร์ต่อบาเรล จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
4 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไตรมาสแรกแรก 2569 จำนวน 9.32 ล้านคน ชะลอตัว 2.4% จากความไม่สงบในตะวันออกลาง คาดว่าทั้งปี 33.5 ล้านคน ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อน
5 การใช้จ่ายภาครัฐ ปี 2569 อยู่ที่กว่า 4 ล้านล้านบาท จากการมาตรการเร่งเบิกจ่ายของภาครัฐ คาดว่าจะเบิกจ่าย
นายวินิจ กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวลดลง ทางการต้องมีการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และมาตรการช่วยเหลือให้การเกิดการเปลี่ยนผ่านลดใช้พลังงาน การหารายได้เพิ่มขึ้น ต้องร่วมมือกันทั้งรัฐและเอกชน
“ประมาณการใหม่รวมเรื่องกิจกรรมการปี 2569 และปี 2570 ส่วนโครงการคนละคลึ่งพลัส ยังต้องรอความชัดเจน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสที่ทำปีที่ผ่านมาทำให้จีดีพีขยายตัวได้ 0.7% ซึ่งยังไม่น่าห่วงเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว แต่มีเงินเฟ้อสูง stagflation” นายวินิจ กล่าว



