
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดคลัง เปิดเผยว่า การออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความจำเป็นเร่งด่วน ทำถูกต้องตามกฎหมาย และแผนการใช้เงินคุ้มค่า ทั้งมาตรการเยียวยาบรรเทาผลกระทบเร่งด่วนให้กับประชาชน และมาตรการเปลี่ยนผ่านปรับโครงสร้างจากพลังงานน้ำมันไปสู่พลังงานสะอาด
ปลัดคลัง กล่าวว่า ตอนนี้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกอย่างรุนแรง และแหล่งเงินต่างๆ ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการเยียวยาและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาคลังได้พิจารณาแหล่งเงินต่างๆ แล้ว ทั้งจากการออกพระราชบัญญัติโอนงบประมาณปี 2569 ซึ่งมีจำนวนต่ำกว่า 5 หมื่นล้าน ขณะที่งบกลางปีงบประมาณ 2569 เหลือเพียง 2 หมื่นล้าน และงบประมาณปี 2570 ยังต้องรออีก 5 เดือนจึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งไม่ทันแก้วิกฤตเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน
สำหรับข้อเสนอการลดภาษีน้ำมัน 6-7 บาท จะทำให้รายได้ของกรมสรรพสามิตหายไป 2 แสนล้านบาท และทำให้รัฐบาลมีปัญหาการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ท้ายที่สุดจะต้องออกกฎหมายเพื่อกู้เงินชดเชยขาดดุลงบประมาณจะทำให้เกิดวิกฤตการคลังซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
นายลวรณ กล่าวว่า การใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถูกออกแบบมาให้เกิดความคุ้มค่าและโปร่งใสมากที่สุด โดยหลังจากนำพ.ร.ก.กู้เงินเสนอขึ้นทูลเกล้า และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หลังจากนั้นคลังจะออกประกาศกระทรวง 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการที่จะมาขอใช้เงินกู้ ซึ่งหน่วยงานด้านเศรษฐกิจจะพิจารณาทุกโครงการอย่างรอบคอบที่สุด นอกจากนี้ยังสร้างเว็บไซต์เพื่อนำโครงการต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติใช้เงินกู้ ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบดูรายละเอียดได้ทั้งหมด และ 2.ประกาศตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งประธานและกรรมการส่วนใหญ่เป็นคนนอก ไม่ใช่บุคลากรของกระทรวงและบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบและประเมินโครงการเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อครหาว่ากระทรวงการคลังเสนอเอง ตรวจสอบเอง



