
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) วานนี้ (7 พ.ค.) เพื่อเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 2 เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดยจะเพิ่มวงเงินกู้ใหม่อีกจำนวน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ประชุมคนน. เห็นชอบตรงกันว่า การกู้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท โดย 2 แสนล้านบาทแรก ที่จะให้ครม. เห็นชอบ จะนำไปใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะให้ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งมีโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 30 ล้านสิทธิ แจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยผู้ได้สิทธิจ่าย 40% รัฐช่วยออก 60% และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน เพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจาก 300 บาท อีก 700 บาท เป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยจะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. และเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย.
ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งแทน
แหล่งข่าว กล่าวว่า การกู้เงินจากพ.ร.ก. 2 แสนล้านบาทแรก มีเป้าหมายเพื่อใช้บรรเทาผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตพลังงานแก่ประชาชน ซึ่งจะมีจากกลุ่มอื่นๆ เช่น ภาคขนส่ง ที่อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดการช่วยเหลือ โดยคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท
สำหรับการกู้เงินจากพ.ร.ก. อีก 2 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ยังมีเวลาบรรจุในการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ครั้งต่อไป เนื่องจากโครงการต่างๆ จะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดคลังเป็นประธานก่อน ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงยังไม่จำเป็นต้องกู้เงิน รวมถึงพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดไว้ว่าต้องเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. 69 และทำสัญญาผูกพันเบิกจ่าย ภายในวันที่ 30 ก.ย. 70
“ตอนนี้กระทรวงการคลังรอพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ลงประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าลงนามเสนอขึ้นทูลเกล้าไปแล้ว หากลงประกาศราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์นี้ จะเสนอเรื่องแผนการปรับโครงสร้างหนี้เข้าครม.เศรษฐกิจในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. และครม.ชุดใหญ่ในวันที่ 12 พ.ค.” แหล่งข่าว กล่าว



