
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเปิดลงทะเบียน ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จำนวน 30 ล้านสิทธิ ณวันที่ 28 พ.ค. 2569 เวลา 13.00 น. มีประชาชนมาลงทะเบียนจำนวน 26 ล้านคน ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว 25.4 ล้านคน โดยพรุ่งนี้วันที่ 29 พ.ค. 2569 จะเปิดให้ลงทะเบียนวันสุดท้ายจนถึงเวลา 22.00 น.
ในส่วนของล้านคนมีเข้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการแล้วกว่า 1 ล้านร้านค้า แต่ยังมีร้านค้าจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามากดยืนยันเข้าร่วมโครงการ จึงขอประชาพันธ์ให้ร้านค้าเร่งเข้าไปกดยืนยัน เนื่องจากโครงการจะเริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. 2569
นายวินิจ กล่าว ปัญหาของการลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทั้งในส่วนของประชาชน และร้านค้า พบว่า ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ และ ลบแอปเป๋าตัง ออกจากโทรศัพท์ ทำให้ต้องมีการยืนยันตัวตนใหม่ ซึ่งสามารถทำผ่านแอปได้โดยตรง หรือ ทำผ่านตู้เอทีเอ็มได้ แต่ยอมรับว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี จึงเดินทางไปที่สาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยทำการยืนยันตัวตนให้ ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยก็ได้ให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
สำหรับ ผลของเม็ดเงินโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เท่าไร ยังต้องรอประเมินจำนวนเงินที่เข้าระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงานให้กับประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนการใช้เงินโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 กำหนดใช้ได้วันละ 200 บาท โดยจะนับจากจำนวนที่รัฐบาลช่วยจ่าย 60 โดยรัฐบาลจะให้วงเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน หากใช้ไม่หมด 1,000 บาท วงเงินก็จะถูกตัดเริ่มต้น 1,000 บาทของเดือนทันที
นายวินิจ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ในส่วนของเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน จะเติมให้อัตโนมัติเพิ่มอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท ให้กับผู้ถือบัตรรายเดิมไปก่อน ส่วนการลงทะเบียนผู้ถือบัตรสวัสดิการรอบใหม่อยู่ระหว่างการดำเนินการ



