
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า วันนี้ (1 มิ.ย. 2569) เป็นวันแรกของการใช้จ่ายในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกระทรวงการคลัง และผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทย ที่เป็นผู้ดูแลระบบเป๋าตัง ได้เดินทางลงพื้นที่ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี เพื่อมาพบปะประชาชน และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สอบถามบรรยากาศ และเรื่องระบบเป็นอย่างไรบ้าง
ซึ่งพบว่า บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยความคึกคัก ทั้งประชาชนและร้านค้าที่เข้าโครงการ บอกให้ทราบระบบใช้ง่ายไม่มีปัญหา การดำเนินการกดเพียงไม่กี่ครั้งก็สำเร็จการซื้อขายสินค้า
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้พบว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนจริงๆ เพราะว่าทุกรายการที่ประชาชนซื้อสินค้า รัฐช่วยจ่าย 60% ช่วยค่าครองชีพประชาชนมให้ถูกลง จากผลกระทบค่าครองชีพที่เกิดจากสงคราม ที่เป็นวิกฤตเจอกันทั่วโลก ทำให้สินค้ามีราคาแพง รัฐบาลจึงทำมาตรการนี้เพื่อต้องการลดค่าครองชีพชีพ ของประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าว โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) มีผู้ได้สิทธิ 26.05 ล้านราย รัฐบาลให้วงเงินซื้อสินค้าเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน กำหนดให้ใช้จ่ายได้วันละ 200 บาท ร่วมกับที่รัฐช่วยออกจ่ายแล้ว สามารถซื้อสินค้าได้ 333 บาท ต่อวัน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการซื้อของกินของใช้เพื่อดำรงชีพในแต่ละวัน
สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมตอนนี้มีทั้งหมด 1.05 ล้านร้านค้ามา ส่วนใหญ่มาจากร้านค้าโครงการคนละครึ่งพลัส เดิม ซึ่งต้องเข้ามายืนยันสิทธิเข้าโครงการไทยช่วยไทย สำหรับร้านค้าที่ลงทะเบียนใหม่ ยังลงทะเบียนได้ถึง 31 ก.ค. 2569
นายเอกนิติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ขอเชิญชวนให้ร้านค้าที่เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ทุกร้านใช้โปรแกรม AI นกกระซิบ ที่ทางคลังและธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย และจะมีสรุปยอดซื้อขายรายวันให้กับร้านค้าได้รับรู้เพื่อบริหารจัดการต้นทุนการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญสามารถนำขอสรุปยอดซื้อขายรายวัน ไปขอสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ เพื่อมาเป็นทุนทำธุรกิจได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ไม่ต้องไปกู้นอกระบบโดนเก็บอัตราดอกเบี้ยสูงๆ อีกต่อไป

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) วันแรก (1 มิ.ย. 2569) ตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. มียอดใช้จ่าย 170 ล้านบาท มีผู้ใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 9 แสนคน มีการทำรายการ 1.1 ล้านรายการ มีร้านค้าที่ทำรายการแล้วประมาณ 2.2 แสนล้านค้า ซึ่งธนาคารกรุงไทยได้เตรียมระบบแอปเป๋าตังรองรับการทำธุรกรรมได้ 3 รายการต่อวินาที เพียงพอรองรับการบริการประชาชนและร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลังได้อย่างไม่มีปัญหา



