
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การปรับลดข้าราชการที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูเรื่องนี้อยู่ ซึ่งกรมบัญชีกลางยืนยันว่าข้าราชการรายเดิมทุกคนไม่ได้ลดผลกระทบ ไม่มีการลดบำเหน็จบำนาญราชการรายเดิมที่เซ็นสัญญาไปแล้ว แนวคิดการปรับลดข้าราชการจะมีผลกับข้าราชการที่เข้ามาใหม่ ซึ่งคาดว่ามีแนวทางต่างๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม
สำหรับในส่วนของกรมบัญชีกลางที่ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ปีงบประมาณ 2570 ของบในส่วนนี้ไปถึง 9 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ดูแลผู้ได้สิทธิการรักษา 5 ล้านคน ทั้งเจ้าของสิทธิและคนในครอบครัว ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอายุเกินกว่า 60 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้
นางแพตริเซีย กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้เปิดรับฟังความคิดเห็นการแก้ไขพ.ร.ฏ.ค่ารักษาพยาบาลใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1 โรงพยาบาลต้องเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลางเท่านั้น จากที่ตอนนี้บางโรงพยาบาลยังไม่มีการเบิกจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลาง
2 ข้าราชการเลือกจะให้สิทธิกับบุคคลในครอบครับว่าจะให้ใช้สิทธิรักษาแบบใด ว่าจะไปรักษาประกันสังคม หรือ 30 บาท ให้สิทธิเลือกได้ จากปัจจุบันที่เลือกไม่ได้ต้องใช้สิทธิการักษาข้าราชการทั้งหมด
3 การกระทำจริต ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวทุจริตเพียง 1 คน จะถูกตัดสิทธิการรักษาทั้งหมดทุกคนร่วมทั้งตัวข้าราชการที่เป็นเจ้าของสิทธิด้วย
4 การให้โรงพยาบาลมีการดำเนินการที่มีความโปร่งใสการรักษาพยายาม เช่นการจ่ายยาเท่าที่จำเป็น เป็นต้น
“มาตรการนี้ เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น โดยเฉพาะมาตรการลงโทษการทุจริต เพราะเชื่อว่าหากมีการทุจริตเพียง 1 คน แล้วมีความผิดทั้งบ้าน จะทำให้ทุกคนระมัดระวังการกระทำผิดมากขึ้น” นางแพตริเซีย กล่าว
นางแพตริเซีย กล่าวว่า การเปิดรับฟังความเห็นจะใช้ใช้เวลา 1 เดือน เพื่อทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี โดยกรมบัญชีกลางเร่งดำเนินการให้ประกาศใหม่มีผลบังคับใช้เร็วที่สุด โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการทุจริตทำให้เกิดเสียหาย 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้กำลังคนเพียง 6 คนในการสุ่มตรวจกว่า 35 ล้านรายการรักษา ซึ่งกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการนำระบบเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติการเบิกค่ารักษาได้ดีขึ้น



