
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า คณะกรรมการปรามทุนเทา (connect the dot) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน ถือเป็นการประชุมทำงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ ในการปราบปรามทุนเทา โดยใช้ที่ผ่านมาใช้ระบบดาต้าบูโร ที่มีการนำข้อมูลแต่ละหน่วยงานมาแบ่งปันกัน เพื่อดูข้อมูลผิดปกติ 3 อย่าง ได้แก่ 1.ดูโปรไฟล์ ว่าผู้เปิดบัญชีเป็นใคร 2.ดูพฤติกรรม และ 3.การเคลื่อนไหวทางการเงิน
อย่างไรก็ตามที่ประชุม connect the dot ได้หารือและทำระบบใหม่ เพื่อให้มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันอย่างทั่วถึง โดยไม่เก็บไว้ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งระบบใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data หรือ CHECKED หรือ ‘เช็ก’ โดยคณะกรรมการมีมติให้ตั้งคณเะทำงานดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยผู้รับผิดชอบ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย สมาคมธนาคารไทย กระทราวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ
นายวินิจ กล่าวว่า ระบบ ‘เช็ก’ จะติดตามธุรกรรม และพฤติกรรมทางการเงิน ซึ่งจะเชื่อมโยงการทำธุรกรรมต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น ทั้งรูปแบบเงิน และสินทรัพย์ที่ใช้แทนเงิน โดยหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบการดำเนินการเอาผิดทุนเทาตามกฎหมาย สามารถเข้ามาใช้ข้อมูลของระบบเช็กเพื่อดำเนินหารสอบสวนสืบสวนขยายผลได้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การปราบทุนเทามีประสิทธิภาพขึ้น
นายวินิจ กล่าวว่า ในที่ประชุม connect the dot ยังมีการหารือการยกระดับการป้องกันทุนเทาด้านอื่นๆ เช่น แบงก์ชาติตจะมีการยกระดับความเข้มข้นการเปิดบัญชีเงินฝาก ผ่านการระบุและยืนยันตัวตน และการไหลของแหล่งที่มาของผู้ฝากเงินมากขึ้น ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้ปรับระเบียบให้เห็น พฤติกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเงินในรูปแบบที่ไม่ใช่เงิน แต่ทำผ่านตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งเงินทุนผิดกฎหมายของโลก
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา หลังการมีการคณะกรรมการ connect the dot พบว่า มีการปราบปรามทำสแกมเมอร์ลดลง ยกระดับความเชื่อมั่นให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคและของโลก



