
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ เปิดเผยว่า แบงก์ชาติติดตามความไม่สงบสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเหตุการณ์ยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว
“การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐฯ ขู่จะเก็บค่าผ่านช่องแคบ 20% ยังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่ได้ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 1-2 วัน ซึ่งข้อสรุปสุดท้ายยังไม่ชัดเจน” นายวิทัย กล่าง
นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับค่าเงินบาทไทย ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันอ่อนค่าลง 5-6% เป็นการอ่อนค่าตามภูมิภาค ค่าเงินบาทไทยก็ยังอยู่ในระดับปกติ เนื่องจากมีบางประเทศอ่อนหรือแข็งค่ากว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่านี้ส่งผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวไทย
อย่างไรก็ตาม นายวิทัย กล่าวว่า หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อและไม่แน่นอน จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและอัตราเงินเฟ้อที่แบงก์ชาติประเมินไว้ ว่าจีดีพีปีนี้จะขยายตัว 2.3% และอัตราเงินเฟ้อขยายตัว 2.8%



