
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของ ผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้ รวมทั้ง ในการพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติกรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท จะไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม
ล่าสุดคณะกรรมการบัตรคนจน ประชุมพิจาณาบัตรคนจนรอบใหม่ตามเกณฑ์ใหม่ พบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 9.5 ล้านราย คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งประเทศ
ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียบนคัดกรองบัตรคนจน มีจำนวนทั้งหมด 18.8 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรคนจนเดิม 13.18 ล้านคน คนที่ลงทะเบียนกระทรวง พม. จำนวน 1.05 ล้านคน คนที่กระทรวงมหาดไทยไปสำรวจเพิ่มเติมอีก 5.4 ล้านคน ทั้งหมดไม่ผ่านเกณฑ์ 9.3 ล้านคน ส่วนใหญ่มีสินทรัพย์และรายได้เพิ่มขึ้น จากเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้
นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับผู้ถือบัตรจนกลุ่มเดิม 13.18 ล้านคน สำหรับคนที่ไม่มาลงทะเเบียนรับสิทธิรอบใหม่ และคนที่ลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 6 ล้านคน ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ได้รับสิทธ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส ในทันที โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนยืนยันตัวตน โดยสิทธิไทยช่วยไทยพลัส สำหรับคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มในกลุ่มนี้ทั้งหมด โดยจะเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองและเสนอครม. ต่อไป
สำหรับ กลุ่มเปราะบางของกระทรวง พม. และมหาดไทย ที่ผ่านเกณฑ์ ทางหน่วยงานอยู่ระหว่างการหามาตรการช่วยเหลือในมาตรการอื่นๆ ต่อไป



