
ธนาคารกรุงศรี ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่อาจเผชิญความไม่แน่นอนในระยะต่อไป
โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม มาตรการไทยช่วยไทยพลัสมียอดใช้จ่ายรวม 86,442.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นแรงหนุนต่อการใช้จ่ายถึงสิ้นไตรมาส 3 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวลงสู่ 1.95% ในเดือนกรกฎาคม จาก 2.42% ในเดือนมิถุนายน แต่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นสู่ 1.34% จาก 1.23%
แม้ในไตรมาส 3 การใช้จ่ายมีแนวโน้มดีขึ้นและเงินเฟ้อชะลอลงบ้าง แต่ในระยะข้างหน้าแรงส่งทางเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน เนื่องจาก 1) แรงกระตุ้นด้านการบริโภคอาจแผ่วลง โดยในไตรมาส 4 แม้ว่ามาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่มีวงเงินเพียง 1,750-2,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่มีวงเงินมากถึง 1.2 แสนล้านบาท 2) มาตรการระยะปานกลางถึงยาวยังขาดความชัดเจนโดยเฉพาะแผนลงทุนผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดของโครงการรวมถึงความรวดเร็วในการเบิกจ่าย และ 3) แรงกดดันเงินเฟ้อจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) เนื่องจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI +7.26% ในเดือนกรกฎาคม) ยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทยอยปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนแรงกดดันต่อกำลังซื้อของครัวเรือนในระยะข้างหน้า



