
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท กล่าวว่า ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เร่งเสนอโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ให้คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้พิจารณาเห็นชอบ เพื่อนำเรื่องเสนอให้ ครม.เห็นชอบและมีผลในวันที่ 1 ต.ค. 2569 ตามที่วางแผนไว้
สำหรับโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส จะใช้เงินกู้จากพ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาทแรกที่ใช้เยี่ยวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน โดยที่ผ่านมาใช้ไปในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และจ่ายเงินให้บัตรคนจน เป็นวงเงินประมาณ 1.7 แสนล้านบาท คาดว่ายังมีเงินเหลืออีกว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่จะรองรับการดำเนินการไทยเที่ยวไทยพลัสได้ที่คาดว่าใช้กว่า 2,000 ล้านบาท
นายลวรณ กล่าวว่า หลักเงื่อนไขโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เบื้องต้น เพื่อช่วยภาคบริการ และต้องการให้ตรงถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยว และโรงแรมจริงๆ ซึ่งหลักการครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุนในอัตราเดียวต่อห้องต่อคืน และจะปรับเงินใช้จ่ายต่อวันของประชาชนเพิ่มขึ้น โดยใช้ซื้อได้ทั้งสินค้าและการบริการ ซึ่งต้ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ เสนอมาอีกครั้งว่าจะให้กี่สิทธิ และกี่คืนต่อคน จำนวนเงินที่ให้ใช้จ่ายต่อวันเท่าไร และจำนวนเงินที่ต้องใช้ในโครงการทั้งหมดเป็นจำนวนเงินเท่าไร
“โครงการไทยเที่ยวพลัส มีการปรับจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันที่อุดหนุนค่าห้องเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ แต่เที่ยวนี้เป็นแบบเหมาจ่ายต่อห้องต่อคืน คนที่ไปได้สิทธิก็เลือกที่อยู่นอนโรงแรมที่ราคาที่ไม่เกินสิทธิก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่หากอยากนอนแพงกว่าสิทธิที่ได้ ก็จ่ายส่วนเกิน และการเพิ่มเงินใช้จ่ายต่อวันเพิ่มมากขึ้น เพราะต้องการช่วยผู้ประการค้าสินค้า รวมถึงภาคบริการด้วน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา” ปลัดคลัง กล่าว



