
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็น 1 ใน 4 เรื่องที่แบงก์ชาติตั้งเป้าหมายดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ นอกจากการแก้หนี้ครัวเรือน การดูแลการเข้าสินเชื่ออย่างเป็นธรรม และการแก้ปัญหาทุนเทา
ผู้ว่าแบงก์ชาติ กล่าวว่า แบงก์ชาติจะดำเนินการ 3 มาตรการใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เรื่องที่ 1 แบงก์ชาติจะทำแพลตฟอร์ม SME Credit Portal เริ่มใช้ได้ในเดือน ธ.ค. 2569 ซึ่งจะเป็น แพลตฟอร์ม ที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อ ได้มาเจอกับสถาบันการเงินที่ต้องการปล่อยสิน โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อ ก็นำข้อมูลสินเชื่อที่ต้องการมาวางไว้ใน แพลตฟอร์ม ให้สถาบันการเงินที่จะมีทั้งธนาคารพาณิชย์ แบงก์รัฐ นอนแบงก์ รวมถึง Virtuai banks เข้ามาพิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่วนนี้เชื่อว่าจะลดต้นทุนการปล่อยการขอและปล่อนสินเชื่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งแบงก์ชาติเชื่อว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน
เรื่องที่ 2 การทำกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โดยนำส่วนส่งของธนาคารพาณชย์ที่ส่งให้กับแบงก์ชาติอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งหรือ 2 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมาได้นำร่องดำเนินการไปแล้วสามารถค้ำประกันสินเชื่อได้ 7-8 หมื่นล้านบาท คาดว่าสิ้นปี จะได้ถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งในต้นปีหน้าจะมีการดำเนินการเรื่องนี้เข้มข้นมากขึ้น เมื่อไปร่วมกับการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) ที่เงินสนับสนุนจากงบประมาณ ค้ำสินเชื่อให้ผู้ประกอบการได้ปีละ 1 แสนล้านบาท รวมการค้ำประกันสินเชื่อแบบใหม่ของแบงก์ชาติกับแบบเก่าของบสย. สามารถค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ถึง 2 แสนล้านบาท เทียบกับการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งระบบปีละ 4 แสนล้านบาท การค้ำประกันของแบงก์ชาติกับ บสย. มีผลให้การเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีต้นทุนต่ำแน่นอน
เรื่องที่ 3 แบงก์ชาติจะทำ Data Bureau นำข้อมูลความสามารถในการชำระหนี้ของรายย่อยจากที่ต่างๆ มารวมไว้กัน เช่น ข้อมูลการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ ข้อมูลธุรกรรมการเงินที่ทำกับสถาบันการเงิน ข้อมูลการเสียภาษี เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ได้ใน 2 เรื่อง คือพิจารณาให้รายย่อยเข้าสินเชื่อ โดยพิจรณาจากความสามารถในการชำระหนี้ที่มีอยู่ ในขณะเดียวกัน Data Bureau จะช่วยสกัดคนที่ทำธุรกรรมเงินเทาไปพร้อมกันด้วย เพราะแบงก์ชาติข้อมูลการซื้อทองที่ผิดปกตอ การแลกเงิน หรือ การซื้อหลักทรัพย์ที่ผิดปกติ ก็จะมีมาตรการดำเนินการผู้กระทำผิดเหล่านี้ต่อ โดย Data Bureau จะเรื่องดำเนินการได้ในปีหน้า
“เรื่องใหม่ทั้ง 3 เรื่อง จะเป็นกลไกที่ทำให้เอสอีดีขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ามาตรการของแบงก์ชาติไม่สามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ทุกราย เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างเรื่องนี้” นายวิทัย กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีของสถาบันการเงินขยายตัวติดลบมา 16 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่การปล่อยสินเชื่อรายใหญ่เริ่มขยายตัวขึ้น แบงก์ชาติมีเป้าหมายออกมาตรการต่างๆ ให้การปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวดีขึ้น และเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี การปล่อนสินเชื่อของเอสเอ็มอีจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้อีกครั้ง
ทั้งนี้จากข้อมูลของแบงก์ชาติเอสเอ็มที่ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่ง จะถูกสถาบันการเงินปฏิเสธให้สินเชื่อ 60-70% ขณะที่เอสเอ็มที่เป็นรายใหม่จะถูกปฏิเสธสินเชื่อ 78% ส่วนเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้หนี้เสียถูกปฏิเสธขอสินเชื่อถึง 86%



