นายกฯ อนุทิน หารือ Temasek Trust ผนึกพลังภาครัฐ–เอกชน–ภาคการกุศล

Date:

วันที่ 12 ตุลาคม เวลา 09.20 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นาย Desmond Kuek ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Temasek Trust เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการระดมทุนเพื่อสังคม (Philanthropy) และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการนำร่องและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาในวงกว้าง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหาร Temasek Trust เกี่ยวกับบทบาทของการระดมทุนเพื่อสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าไทยมีโอกาสพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนโครงการที่สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าหรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั้งนี้ Temasek Trust แสดงความสนใจร่วมมือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจไทยในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความท้าทายทางสังคมและสามารถขยายผลได้ในอนาคต

ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และศักยภาพของเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยนายกรัฐมนตรีย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายพลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ทั้งการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน การนำเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่มาใช้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การจัดการกากจากกระบวนการผลิตพลังงาน ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและการยอมรับของประชาชน ผ่านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงแนวคิดการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยใช้ประโยชน์จากศักยภาพและจุดแข็งของแต่ละประเทศ ทั้งพื้นที่และศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนของไทย ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของมาเลเซีย ตลอดจนเงินทุนและศักยภาพด้านการลงทุนของสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงพลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Centre) และโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการบริหารจัดการทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน โดยภาคเอกชนควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและใช้พลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและประโยชน์ของสังคมโดยรวม

ด้านสาธารณสุข ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาดอุบัติใหม่ การพัฒนาระบบตรวจวินิจฉัยและเฝ้าระวังโรค รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศในภูมิภาคในการรับมือวิกฤตด้านสุขภาพ โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและระบบบริการสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบและภาระต่อระบบสุขภาพเมื่อเกิดวิกฤต พร้อมสนับสนุนการปรับแนวทางการดูแลสุขภาพจากการมุ่งรักษาโรคไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีและสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนานยิ่งขึ้น

ผู้บริหาร Temasek Trust กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานขององค์กรที่มุ่งพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของภาคส่วนต่าง ๆ ผ่านการสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการนำร่องร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน โดยโครงการที่ประสบผลสำเร็จสามารถถ่ายทอดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขยายผลในระดับประเทศหรือภูมิภาค พร้อมเห็นว่า ความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เป็นประเด็นร่วมที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ผู้บริหาร Temasek Trust ได้ฝากความปรารถนาดีจากนาง Ho Ching ประธาน Temasek Trust และนาย Lee Hsien Loong อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ พร้อมแสดงความยินดีที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Annual Meetings 2026) รวมถึงกล่าวถึงความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกในการพัฒนากลไกเชื่อมโยงเงินทุนเพื่อสังคมกับแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนา เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง

“นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Temasek Trust และพันธมิตรในภูมิภาค เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางรับมือกับความท้าทายที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญ โดยเห็นว่าไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้เพียงลำพัง การเรียนรู้และร่วมกันลงมือปฏิบัติจะช่วยสร้างแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม นำไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อประชาชนในภูมิภาค” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ เป่าแซ็กโซโฟนสร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง IMF–World Bank

นายกฯ เป่าแซ็กโซโฟนสร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง IMF–World Bank สานมิตรภาพผู้นำเศรษฐกิจโลก พร้อมเผยเสน่ห์ไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม และไมตรีจิตของคนไทย

นายกฯ มอนเตเนโกร พร้อมหนุน FTA ไทย–อียู

นายกฯ มอนเตเนโกร พร้อมหนุน FTA ไทย–อียู ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ มองไทยหุ้นส่วนสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหาร

BAM ร่วมเวทีผู้นำระดับโลก ชู “The Missing Door” ผลักดันลูกหนี้ NPL กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

BAM ร่วมเวทีผู้นำระดับโลก FUTURE-READY ECONOMY 2026 ชู “The Missing Door” เปิดประตูโอกาสครั้งที่สอง ผลักดันลูกหนี้ NPL กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ไทย – ลิกเตนสไตน์ เดินหน้าเว้นเก็บภาษีซ้อน ยกระดับการค้าการลงทุน

ไทย - ลิกเตนสไตน์ ยินดีความสัมพันธ์ราบรื่น ดันความตกลง Thailand- EFTA เว้นเก็บภาษีซ้อน ยกระดับการค้าการลงทุนสองฝ่าย