
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการ ‘Solar ภาคประชาชน’ จำนวน 1 ล้านครัวเรือน ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ใช้เพื่อโครงการเปลี่ยนผ่านไปสู้พลังงานอดแทนจำนวน 5 หมื่นล้านบาท จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นขอบในการประชุมวันที่ 26 ต.ค. นี้
สำหรับรายละเอียดโครงการ ‘Solar ภาคประชาชน’ รัฐบาลจะอุดหนุนการตั้งให้ครอบครัวละ 5 หมื่นบาท ให้สามารถขายไฟฟ้าคืนได้กลับให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ในหน่วยละ 2.20 บาทต่อหน่วย ประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองสิทธิติดตั้ง ‘Solar ภาคประชาชน’ ได้ที่ กฟน. และ กฟภ. ในวันที่ 27 ต.ค. นี้ ทันทีหลังจากที่ครม.เห็นชอบ
นายเอกนิติ กล่าวว่า ประชาชนที่ไม่มีเงินติดตั้ง ‘Solar ภาคประชาชน’ สามารถขอกู้เงินจากธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% คงที่เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 7 ปี เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องออกเงินเลยในการคิดตั้ง และรายได้จากการขายค่าไฟฟ้าได้ ก็จะนำมาจ่ายชำระหนี้ได้ เป็นการเพิ่มรายได้ประชาชน
นอกจากนี้ ประชาชนที่สามารถสนใจติด ‘Solar ภาคประชาชน’ ได้ทั้งติดตั้งบนหลังคาบ้าน พื้นดิน และในน้ำ โดยสามารถติดตั้งได้ไม่เกิน 10 kW (10 กิโลวัตต์) แต่ขายคืนได้ไม่เกิร 5kW (5 กิโลวัตต์) การรับซื้อคืนคือหน่วยละ 2.20 บาท
“เชื่อว่า ‘Solar ภาคประชาชน’ จำนวน 1 ล้านครัวเรือน น่าจะพอกับความต้องการของประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว

ชง 3 เรื่องให้ครม.ไฟเขียวใช้ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 26 ต.ค. นี้ จะเสนอให้ครม. เห็นชอบ 3 โครงการ ที่ใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ประกอบด้วย
1 โครงการ ‘Solar ภาคประชาชน’ 1 ล้านครัวเรือน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท
2 โครงการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าของการ กฟน. และ กฟภ. เพื่อรองรับโครงการ ‘Solar ภาคประชาชน’ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท
3 โครงการพัฒนาบุคลากร วงเงินอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งเป็นกระทรวงแรงงานเสนอ จะพุ่งเป้าไปที่วัยทำงานที่รับบัตรประชารัฐ ให้มีงานทำมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อหลุดพ้นจากการรับบัตรสวัสดิการ
ปลัดคลังแจงวิธีเก็บค่าไฟฟ้า หลังติด Solar
นายลวรณ กล่าวว่า เหตุผลที่ 3 แบงก์รัฐปล่อยกู้ติดตั้ง ‘Solar ภาคประชาชน’ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพราะการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง จะเป็นคนเก็บเงินจากการขายไฟฟ้าจากผู้ติดตั้ง Solar ส่งให้แบงก์เพื่อชำระเป็นเงินกู้ ทำให้ความเสี่ยงของแบงก์ลดลงไปมาก ทำให้คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 2.5% ได้เป็นเวลานานยหลายปี
ปลัดคลัง กล่าวยกตัวอย่างหลักการให้เห็นภาพว่า สมมุติเคยครัวเรือนเคยจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละ 4,000 บาท จากเดิมที่ไม่ได้ติด Solar เมื่อติด Solar ยกตัวอย่างผลิตไฟฟ้าได้ 100 หน่วย ใช้ไปตอนกลางวัน 40 หน่วย (หน่วยละ 3 บาท) ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 1,200 บาท เหลือค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย 2,800 บาท ที่เหลืออีก 60 หน่วยขายคืน 2 การไฟฟ้าได้ที่ (หน่วยละ 2.20 บาท) เป็นเงิน 700 กว่าบาท เหลือค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย 2,100 บาท
อย่างไรก็ตาม บิลค่าไฟฟ้าที่ประชาชนได้รับ จะเป็นค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย 2,100 บาท รวมกับค่าชำระหนี้เงินกู้การติดตั้ง Solar ให้กับธนาคารที่ปล่อยกู้อีก 1,100 บาท (ซึ่งเป็นการคำนวนจากการกู้เงินที่ชำระคืนภายใน 7 ปี) รวมเป็นเงินที่ต้องจ่าย 3,200 บาท ซึ่งประชาชนก็จะได้เห็นว่ายังมีภาระจ่ายที่ลดลงจากเดิม และเมื่อครบ 7 ปี เงินกู้ติดตั้ง Solar หมด ก็ไม่ต้องจ่าย 1,100 บาท บิลค่าไฟฟ้าเหลือก็จะเหลือแค่ 2,100 บาท เป็นต้น
นายลวรณ อธิบายว่า ยอดชำระเงินกู้ 1,100 บาทต่อเดือน คือ จากการติดตั้ง Solar ที่ราคา 140,000 บาท รัฐบาลอุดหนุนให้ 50,000 บาท ที่เหลือ 90,000 บาท ผู้ติดตั้งขอกู้เงินจาก 3 แบงก์รัฐ ในอัตราดอกเบี้ย 2.5% เป็นเวลา 7 ปี



