
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดว่า เหตุผลที่มั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องขยานเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 70% ของจีดีพี เพราะการขาดดุลงบประมาณปี 2569 ที่ผ่านมา ที่ตั้งไว้ว่าจะขาดดุล 4.4% ของจีดีพี แต่ตัวเลขจริงออกมาขาดดุล 3.4% ของจีดีพี
“การขาดดุลงบประมาณที่ลดลง แสดงให้เห็นว่า วินัยการเงินการคลังที่สร้างมา กำลังออกดอกออกผล การขาดดุลงบประมาณที่ลดลง ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ก็ลดลงตามด้วย” นายเอกนิติ กล่าว
“ดังนั้นกรอบเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 70% ของจีดีพี ก็ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานเพิ่มอย่างที่หลายฝ่ายกังวล” นายเอกนิติ กล่าวย้ำ
นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ แต่เป็นขยายตัวแบบ K-Shape กระจุกตัวอยู่ K ขาบน แต่ไม่กระจายไป K ขาล่าง ซึ่งรัฐบาลจะทุ่มนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ และเอกชน เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แบบ K-Shape ให้กลับมาเป็น V-Shape ให้เร็วที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจกระจายตัวคนไปถึงประชาชนทุกคน



