
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดคลัง กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป็นโครงการที่ดีของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงาน ประชาชนจะได้การประหยัดค่าไฟฟ้า และยังช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้กับรัฐบาล การนำเข้าน้ำมันและก๊าซ เพื่อมาผลิตไฟฟ้าลดลงด้วย
“ตะวันออกกลางจะรบกันอีกเมื่อไรไม่รู้ หากเรือน้ำมันวิ่งมาไม่ได้ แต่เมื่อมีโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ตราบใดที่ยังมีแดด ประชาชนคนไทยยังมีไฟฟ้าใช้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนโครงการนี้อย่างมาก” นายลวรณ กล่าว
ปลัดคลัง กล่าวว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนจำนวน 1 ล้านครัวเรือน เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนติดตั้งกับ 2 การไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2560 ถึง 31 ม.ค. 2570 วันนี้มีคนมาลงทะเบียนใกล้ 1 แสนคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องการติดตั้งแท้จริง ไม่ได้ไปบังคับใครมาลง
“หากประชาชนเข้าใจว่า ซึ่งที่รัฐบาล และแบงก์รัฐ คิดเรื่องโซลาร์ภาคประชาชน ว่าสามารถช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร จะเป็นประโยชน์กับคนที่ลังเลจะติดตั้ง หรือ ไม่ติดตั้ง ดังนั้นการลงทะเบียนจึงเป็นตัวเลขออแกนิกจริง เพราะว่าไม่ใช่ทุกบ้านติดตั้งโซลาร์แล้วจะคุ้ม เช่น บ้านที่เสียค่าไฟฟ้าเดือนหนึ่งไม่ถึง 2 พันบาท ติดไปก็ไม่คุ้มก็ไม่ควรติดเลย” นายลวรณ กล่าว

แบงก์รัฐหนุนปล่อยกู้โซลาร์ภาคประชาชน
นายทรงพล กล่าวว่า ประชาชนที่ไม่ได้อยู่บ้านใช้ไฟฟ้าตอนกลางวันเลย ไม่ควรติดตั้งโซลาร์ เพราะโดยปกติการติดโซลาร์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในตอนกลางวัน กรณียกตัวอย่างอยู่บ้านใช้ไฟฟ้าเดือนละ 4,000 บาท ติดตั้งโซลาร์ เพื่อใช้ตอนกลางวันประมาณ 40% ช่วยประหยัดไฟ ส่วนที่เหลือ 60% ขายคืนการไฟฟ้าทำให้มีรายได้ การติดตั้งโซลาร์ ประชาชนไม่ต้องไปซื้อแดด มีแดดทั้งปี หน้าฝนมีแดดน้อยกว่าหน้าร้อน แต่หน้าฝนก็ยังผลิตไฟฟ้าได้น้อยกว่าหน้าร้อนแค่ 20% ไม่ใช่หน้าฝนผลิตไฟฟ้าไม่ได้เลย ปัจจัยที่ผลิตไฟฟ้าได้น้อยคือ การเกิด PM2.5
ดังนั้น คนที่ควรติดตั้งโซลาร์ คือ คนที่ใช้ไฟฟ้าตอนกลางวันไม่ต่ำกว่า 40% ต่อวันของที่ผลิตได้จากการติดโซลาร์
นอกจากนี้แผงโซลาร์ มีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี รัฐบาลต้องการประชาชนประหยัดค่าไฟ และมีรายได้ด้วย ก็จึงซื้อไฟคืนส่วนที่เหลือใช้จากประชาชนนานถึง 20 ปี
ดังนั้นกรณี ที่มีการใช้ไฟฟ้า 4,000 บาทต่อเดือน หากติดตั้งโซลาร์ 5 กิโลวัตร และใช้ไฟในตอนกลางวัน 40% จะช่วยลดค่าไฟ 1,176 บาท และไฟส่วนที่เหลือ 60% ขายคืนหน่วยละ 2.20 บาท จะมีรายได้ประมาณ 792 บาท ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีภาระจ่ายเงินกู้ตจากการติดตั้ง โซลาร์ กรณี 5 กิโลวัตร ราคาอยู่ที่ 1.4 แสนบาท รัฐบาลอุดหนุน 5 หมื่นบาท ที่เหลือ 9 หมื่นบาท กู้จากแบงก์รัฐได้ 3 แบง์ คือ ออมสิน ธอส. และ ธ.ก.ส. ในเงื่อนไขเดียวกันอัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี ทำให้มีภาระจ่ายเงินกู้ 1,169 บาท
“แม้ว่าคนติดตั้งโซลาร์ และต้องกู้เงินมาติด จะเป็นหนี้เพิ่มก็จริง แต่การชำระหนี้ไม่ได้เป็นการควักเงินใหม่มาจ่าย แต่เป็นการควักเงินจากก่อนเดิมที่เคยจ่ายค่าไฟ แต่ประหยัดได้มาจ่าย” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล กล่าวว่า จากกรณีที่ยกตัวอย่าง ที่ฐานการเสียค่าไฟฟ้าเดือนละ 4,000 บาท ลดจากการใช้ไฟที่ผลิตได้จากโซลาร์ 1,176 บาท ลดจากการขายไฟได้ 792 บาท และมีภาระจ่ายหนี้ 1,169 บาท บิลค่าไฟจะรวมกันแล้วอยู่ที่ 3,200 บาท ประหยัดต่อเดือน 800 บาท ใน 7 ปีแรก
หลังจากนั้นขึ้นปีที่ 8-20 ไม่ต้องชำะหนี้ 1,169 บาท ทำให้การประหยัดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2,000 บาท จ่ายค้าไฟจริงเดือนละ 2,000 บาท แม้หลังจาหปีที่ 20 รัฐเลิกซื้อไฟคืน มีภาระจ่ายเพิ่มขึ้น 792 บาท ค้าไฟฟ้าโดยรวมก็ยังประหยัดกว่าเดิม 1,100 บาท
“สรุปว่า การติดตั้งโวลาร์ไม่ต้องควักเงินออกจากกระเป๋าเลย ซึ่งต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ไปขอขึ้นทะเบียนการไฟฟ้าจะติดตั้งได้ เพราะการไฟฟ้าต้องลงไปสำรวจว่าหลังค่าบ้านแข็งแรงพอไหม ทิศทางของหลังคาได้หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถติดตั้งได้” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล ยังกล่าวว่า นอกจากนี้คนที่ไม่ได้อยู่บ้านกลางวันใช้ไฟถึง 40% ไหม หากไม่ถึงก็ไม่ควรติด การติดเพื่อคิดขายไฟฟ้าคืนที่ 2.20 บาท ไม่คุ้มเพราะทำให้การใช้หนี้นานขึ้น แต่ถ้ากรณีอยู่บ้านกลางวันใช้ไฟฟ้ามากกว่า 40% จะเป็นกรณีที่ดีมากๆ มีส่วนลดค่าไฟมากขึ้น
“โครงการโซลาร์ สำหรับประชาชนที่มีค่าไฟฟ้าที่ 3,000 บาท หรือ 4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ผมคิดว่าควรติดโซลาร์ เพราะจะช่วยประหยัดเงินทันที ไม่ต้องควักเงินจากกระเป๋า” นายทรงพล กล่าว



