ความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ได้อับดับ 41

Date:

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ได้ทราบว่า National Cyber Security Index หรือ NCIS ได้จัดอันดับความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย อยู่อันดับที่ 41 จากทั้งหมด 161 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน โดยพิจารณาจาก ตัวชี้วัด ความสามารถในการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์, การจัดการอุบัติเหตุทางไซเบอร์ และ การพัฒนาความปลอดภัยทั่วไปทางไซเบอร์ โดยพิจารณาร่วมกับ ข้อมูลจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ข้อมูลจากองค์กรและผู้เชี่ยวชาญ และ ข้อมูลของ NCIS เอง

ประเทศไทยได้รับคะแนนการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล คะแนนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางไซเบอร์ และ คะแนนการวิเคราะห์ภัยทางไซเบอร์และข้อมูล 100 % คะแนนการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 89 % คะแนนความมั่นคงดัชนีทางไซเบอร์ที่ 64.94 % และคะแนนการจัดการวิกฤตทางไซเบอร์อยู่ที่ 60 %

“นายกรัฐมนตรีกำชับการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตระหนักถึงการพัฒนาทางไซเบอร์มาตลอด โดยวางแนวนโยบายที่ครอบคลุมประเด็นทางไซเบอร์ ได้แก่ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย และเป็นระเบียบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผลจากการดำเนินงานนโยบายที่ผ่านมานั้นจึงได้เห็นถึงความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมจากการจัดอันดับทางไซเบอร์ของประเทศไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คะแนนหลายส่วนน่าภาคภูมิใจ ประเทศไทยมีความปลอดภัยด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล 100% แสดงถึงความเข้มแข็งของ ระบบการจัดการทางไซเบอร์ของประเทศไทย” นายอนุชาฯกล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ