นโยบายเงินหมื่นรอบต่อไปจะไปรอดไหม

Date:

นายวงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าไทยภักดี โพสต์เฟสบุ๊ก “วรงค์เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” ระบุว่า 

นโยบายเงินหมื่นรอบต่อไปจะไปรอดไหม

วันนี้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง 14.55ล้านคน ได้รับเงินหมื่นบาทแล้ว แต่เงินที่แจกให้นั้นเป็นเงินสด ซึ่งไม่ใช่การเติมเงินผ่านกระเป๋าตังค์ตามที่เคยหาเสียงไว้

ถ้ามองย้อนกลับไป จะพบว่าโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าตังค์ มีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดตั้งแต่เริ่มหาเสียง เอาตัวรอดไปวันๆ ดังนี้

1.จากเริ่มหาเสียงประกาศว่าไม่กู้ จะใช้งบประมาณจาก 4 แหล่ง ได้แก่ 1. ประมาณการว่าปี 2567 รัฐจะจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น 260,000 ล้านบาท 2. การจัดเก็บภาษีนิติบุคคลจะเพิ่ม 100,000 ล้านบาท 3. การบริหารจัดการงบประมาณ 110,000 ล้านบาท และ 4. การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 90,000 ล้านบาท

เอาเข้าจริงต้องมากู้ โดยใช้งบปี 2567 วงเงิน 165,000 ล้านบาท ประกอบด้วย พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมปี 2567 วงเงิน 122,000 ล้านบาท(มีการกู้เพิ่ม112,000 ล้านบาท) และรัฐบาลเศรษฐาเคยระบุว่าจะกันงบกลางเอาไว้ 43,000 ล้านบาท

งบปี 2568 ใช้งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ 187,700 ล้านบาท (เดิมวงเงินที่กู้เพิ่ม 152,700 ล้านบาท แต่มีการปรับเพิ่มในชั้น กมธ.งบฯ 35,000 ล้านบาท) 

2.เป้าหมายจากที่เคยหาเสียง อายุ16ปีขึ้นไป 56 ล้านคน และต่อมามีการปรับเงื่อนไขรายได้เหลือ 50 ล้านคน และปรับลดลงอีกจนเหลือ 45 ล้านคน ท้ายที่สุดมีประชาชนมาลงทะเบียน ผ่านแอพทางรัฐ 36 ล้านคน

3.พื้นที่การใช้จ่าย จากที่หาเสียงไว้กำหนด รัศมี4 กิโลเมตร จากที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ปรับมาเป็นภายในอำเภอ จนล่าสุดมาแจกเงินสดรอบแรก เท่ากับว่ายกเลิกเกณฑ์พื้นที่

4.เงื่อนไขการซื้อสินค้า ก็มีการปรับเปลี่ยนตลอด จนตามไม่ทัน จากครั้งแรกห้ามใช้หนี้ อบายมุข และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่อมาปรับมาเป็น ไม่สามารถใช้กับบริการ, ซื้อสินค้าออนไลน์, ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ กัญชา กระท่อม, ซื้อบัตรกํานัล บัตรเงินสด ทองคํา เพชร พลอย อัญมณี, ชำระหนี้, จ่ายค่าเล่าเรียน, จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันและก๊าซ และไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ จนล่าสุดมาแจกเงินสด ถือว่าปลดล็อคเงื่อนไขเดิมทั้งหมด

5.แม้ล่าสุดโครงการนี้กลายเป็นแจกเงินสด 14.55 ล้านคน ซึ่งไม่ควรจะเรียกว่า โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ควรจะเรียกว่าโครงการแจกเงินจะตรงกว่า ปัญหาที่ตามมา ประชาชนที่ลงทะเบียนไป 36ล้านคน หักที่แจกเงินสดและส่วนที่น่าจะรับเงินสดไปแล้ว แต่ไม่มีสมาร์ทโฟน น่าจะเหลือประชาชนอีกประมาณ26ล้านคน จะได้รับหรือไม่ ถ้าได้จะได้เท่าไร ได้เงินสดหรือเติมเงินก็ยังไม่รู้

บทสรุปของการแจกเงินหมื่น ของรัฐบาลเพื่อไทย เปรียบได้กับแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ หรือคิดไปทำไป อย่างน้อยน่าจะเป็นบทเรียนให้กับกกต. ที่ปล่อยให้นโยบายสร้างปัญหาออกมาบังคับใช้แบบไม่ตรงปก กกต.ควรตื่นขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับนโยบายหาเสียงได้แล้ว ก่อนหน้านี้ก็ปล่อยให้บางพรรคหาเสียงเพื่อล้มล้างการปกครอง มาเจออีกพรรคหาเสียงไม่ตรงปก และที่สำคัญเป็นการหาเสียงเพื่อซื้อเสียงหรือไม่

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 จัดเตรียมขบวนรถอำนวยความสะดวก หยุดรถและชานชาลารองรับเดินทางเชื่อมตรงพื้นที่จัดงาน

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา 

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ 30 ต.ค.–5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด