
หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล โพสต์เฟสบุ๊ก “M.l. Nattakorn Devakula” ระบุว่า
เรื่องเลี่ยงภาษีรายรับเเละการเลี่ยงภาษีมรดก….
ถ้าเป็นเช่นนี้ตั้งเเต่บัดนี้เป็นต้นไปกรมสรรพากรต้องยกเลิกการเก็บภาษีรายรับจากทุกคนเพราะหากใครก็ได้สามารถออกตั๋ว PN ว่าจะจ่ายเงินคืนเเก่คนที่ให้ยืม หรือให้โอนทรัพย์สินมาไว้ที่อีกคนหนึ่งล่วงหน้า เเล้วผู้รับเเค่ติดหนี้ไปเรื่อยๆ ได้โดยผู้ให้กู้นั้นสามารถไม่ทวงเเละหน่วยงานจัดเก็บภาษีก็ปล่อย ไม่ช่วยตามทวงเพราะไม่ทราบว่าผู้ให้ยืมนั้นจะรับทรัพย์คืนตามตั๋ว PN เมื่อใด ก็หมายความว่าผู้มอบทรัพย์สินให้ได้ให้ไปเเล้วโดยเสน่หาโดยผู้รับมิต้องชำระภาษีอะไรเลย พอถึงเวลาผู้ให้นั้นเสียชีวิตก็ย่อมจะหมดวาระในการทวงหนี้ด้วยซึ่งก็จะหมายความว่าผู้ให้ยืมสามารถลืม ไม่ทวง ผู้รับทรัพย์หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีรายรับ 5% ไปเเล้ว ส่วนภาษีมรดกก็ไม่ต้องจ่ายเช่นกันเพราะเจ้าของมรดกไม่ได้อยู่ทวงคืนต่อเเล้ว
มาตรา 7 “ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี”….จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…เพราะฉะนั้นรายได้พึงประเมินจากกรณีที่สามารถออกตั๋ว Promissory Notes ได้โดยสัญญาจ่ายไว้ล่วงหน้าตามเงินต้นโดยที่ไม่มีดอกเบี้ยในเเต่ละปีก็คือเปรียบเสมือนว่าที่ได้หุ้นมาถือไว้ก่อนได้ผลประโยชน์ ทางเงินได้
(ซึ่งเเปลว่าในเเต่ละปีที่ผ่านมาหลังที่ได้กู้ยืมหุ้นมาเเล้วต้องนำ 0.03% คูณกับมูลค่าหุ้น 4,000 ล้าน++ ออกมาเป็นรายได้พึงประเมิน หรือ Estimated Earned Income จากเเต่ละปีที่ผ่านไปที่ยังมิได้ชำระค่าตั๋ว Promissory Notes) สรรพากรสามารถตามเก็บในส่วนนี้ได้ในกรณีที่ผู้ออกใบ Promissory Notes นั้นไม่ได้ชำระภาษีในส่วนนี้ตามที่ผู้ซึ่งกู้ยืมเพื่อซื้อไว้ล่วงหน้าได้ประโยชน์ ที่ได้ประโยชน์เพราะเป็นตั๋ว Promissory Notes ที่ไร้ดอกเบี้ยซึ่งต่ำกว่าพื้นฐานกฏหมายในประมวลกฏหมายเเพ่งเเละพานิชย์ ในกรณีที่เก็บร้อยละ 3 เช่นนี้ย้อนหลังจากสี่พันกว่าล้านจะออกมาประมาณร้อยกว่าล้าน เเต่หากรวมค่าปรับเพราะยังไม่ได้ชำระอาจสูงถึงสี่ร้อยกว่าล้านเพราะผ่านมาหลายปีเเล้วสะสมทั้งค่าปรับเเละค่าธรรมเนียมในการลงโทษเพิ่มเติม
เเค่คำนวนให้อ่านดูเพื่อเป็นข้อมูล เเต่คงไม่มีการตามเก็บจริงตามนี้หรอก ส่วนการปิดดีลชำระใบที่เเสดงการกู้ยืมเงินหรือหุ้นจำนวนนี้ที่ติดค้างอยู่ คงจะเกิดขึ้นหลังพ้นตำเเหน่งซึ่งก็จะไม่อยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนมากนัก สรุปคือน่าจะรอด รอดจากปปช.ศาลรธน.เเละสรรพากร เเต่ถ้านี่คือปี 2549 ถึง 2559 ช่วง 10 ปีนั้นคงไม่รอดเเน่ เเต่ปี 2568 หลายปัจจัยเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเมืองในฝั่งขวา เพราะฉะนั้นคงจบอย่างไม่มีอะไร