
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ชี้แจงว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยกตัวอย่างกรณีตึก สตง. ถล่มมาเป็นเวลานาน แล้วยังไม่ได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้รับเหมาได้ ว่า ในส่วนของตึก สตง. ปัจจุบันนี้ ทาง สตง. มิได้นิ่งนอนใจ
ทั้งนี้ สำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สตง. ได้ชี้แจงผู้สื่อข่าวว่า ได้สอบถามไปยังสำนักที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องตึก สตง. ทราบว่าขณะนี้เรื่องตึกได้ อยู่ระหว่างดำเนินการตามข้อกำหนดในสัญญา และตามกฎหมาย รวมถึงได้มีการหารือกับสำนักงานอัยการเพื่อให้การทำตามขั้นตอน กระบวนการของกฎหมายมีความถูกต้อง
ทั้งนี้ ในการประชุม วันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมจากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มค. และเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ถล่มช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค.
โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการผู้การรถไฟแห่งประเทศไทย อัยการสูงสุด ตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์ฯ เป็นต้น
โดยนายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมช่วงหนึ่ง ว่า ยกตัวอย่างตึก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิก ก็ปรับหรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ
ถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้เพราะล่าช้าแล้ว
สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะที่ สตง. ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน และไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 และมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ปกติ และกระทั่ง 2 เหตุการณ์ล่าสุด




