‘กรณ์’ กางแผนการคลัง “ไม่ขึ้น VAT – ลดภาระมนุษย์เงินเดือน”

Date:

23 มกราคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีดีเบตสำคัญจัดโดยหอการค้าไทย โชว์วิสัยทัศน์การบริหารรายได้แผ่นดินยุคใหม่ ย้ำชัดในสภาวะเศรษฐกิจซบเซาต้อง “ไม่เพิ่มภาระประชาชน แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพรัฐ” พร้อมเปิด 5 มาตรการภาษีสร้างความหวังใหม่ให้คนไทย

1. ยืนหยัดข้างประชาชน ไม่ขึ้น VAT – อุ้มคนทำงาน

นายกรณ์ ยืนยันชัดเจนว่า ในขณะที่ค้าขายฝืดเคือง พรรคประชาธิปัตย์ “ไม่มีนโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)” เพื่อรักษาแรงซื้อของประชาชน นอกจากนี้ยังเตรียมมอบของขวัญให้มนุษย์เงินเดือน ด้วยการเสนอ ขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจาก 150,000 บาท เป็น 270,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้คนทำงานได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

2. อุดรอยรั่วภาษีนิติบุคคล ด้วยระบบ E-Payment

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันรายได้ภาษีของไทยอยู่เพียง 15% ของ GDP ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) อยู่ที่ 34% แต่แนวทางของพรรคไม่ใช่การรีดภาษีเพิ่ม

 “เราต้องเพิ่มความเก่งในการจัดเก็บส่วนที่รั่วไหล ปัจจุบันภาษีนิติบุคคล 20% แต่จัดเก็บจริงได้เพียง 4% หากเราใช้เทคโนโลยี E-Payment และทบทวนสิทธิประโยชน์ที่ไม่จำเป็น เราจะสร้างรายได้คืนกลับสู่รัฐได้มหาศาลกว่า 2 แสนล้านบาท โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษีเลย” นายกรณ์กล่าว

3. สร้างความเป็ธรรม ตลาดหุ้น และ ภาษีลาภลอย

ในส่วนของตลาดทุน พรรคยังคงสนับสนุนนักลงทุนรายย่อยโดย คงนโยบายปลอดภาษีกำไร (Capital Gain Tax) แต่จะเพิ่มความเข้มงวดกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ใช้ช่องว่างตลาดหุ้นเพื่อเลี่ยงภาษี เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับธุรกิจนอกตลาด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มี “ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยจะจัดเก็บจากเจ้าของที่ดินที่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น รถไฟฟ้าหรือถนนเส้นหลัก เพื่อนำรายได้เหล่านั้นมาพัฒนาสาธารณูปโภคให้กระจายตัวไปสู่ท้องถิ่นอื่นๆ ต่อไป

“กรณ์” กางแผนดึงเม็ดเงินกลับไทย! จี้รัฐทลายทุนผูกขาด สร้างกติกา “โปร่งใส-เป็นธรรม” ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดมุมมองวิสัยทัศน์เศรษฐกิจบนเวทีดีเบตหอการค้าไทย ชี้โจทย์ใหญ่ประเทศไทยไม่ใช่การส่งเสริมให้คนออกไปลงทุนต่างประเทศ แต่คือการทำอย่างไรให้มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของไทยและต่างชาติ “มั่นใจ” ที่จะกลับมาลงทุนในบ้านเกิดอีกครั้ง

นายกรณ์ ระบุชัดเจนว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยมีศักยภาพสูงและออกไปเติบโตในต่างแดนจำนวนมาก แต่ในทางกลับกัน การลงทุนภายในประเทศกลับชะลอตัวลง เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจที่เผชิญกับปัญหาการผูกขาดในหลายอุตสาหกรรม

 “เราอยากเห็นมาตรการที่ดึงให้คนไทยกลับมาลงทุนในประเทศไทยมากกว่า แต่วันนี้นักลงทุนมีความรู้สึกว่าเข้ามาแล้วเสียเปรียบกลุ่มทุนผูกขาด กติกาไม่เอื้อต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทำให้เป็นเรื่องน่าเสียดายที่อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราอยากเห็นในไทย กลับต้องหนีไปเติบโตในต่างประเทศแทน” นายกรณ์กล่าว

ชูธง “การแข่งขันที่เท่าเทียม” เป็นเครื่องยนต์หลัก

พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนวทางแก้ไขโดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปกติกาทางเศรษฐกิจให้มีความ “โปร่งใสและเป็นธรรม” เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) และกระตุ้นให้นักลงทุนไทยกล้าลงเงินในโปรเจกต์ใหม่ๆ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1.ทลายระบบผูกขาด สร้างระบบการแข่งขันที่เปิดกว้าง ไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง เพื่อให้รายย่อยและรายกลางสามารถเติบโตได้

2.สร้างความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง ปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความชัดเจน ไม่ซับซ้อน และเป็นสากล

3.ดึงอุตสาหกรรมเป้าหมายกลับไทย เน้นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาคอย่างแท้จริง

เศรษฐกิจจะโตได้ ต้องเริ่มที่ “ความสุจริต”

นายกรณ์ ทิ้งท้ายว่า การที่เศรษฐกิจจะกลับมาโตเร็วเหมือนในอดีตได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรการภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “ความโปร่งใส” ในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักของพรรคประชาธิปัตย์ในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 จัดเตรียมขบวนรถอำนวยความสะดวก หยุดรถและชานชาลารองรับเดินทางเชื่อมตรงพื้นที่จัดงาน

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา 

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ 30 ต.ค.–5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด