
26 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ ณ ตลาดมรกต 2 เมืองชุมพร ท่ามกลางมวลชนมหาศาลที่เดินทางมาจากในชุมพร ระนอง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อมาให้กำลังใจ นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเนืองแน่น โดยนายอภิสิทธิ์ได้ประกาศจุดยืนทางการเมืองที่เน้นความสุจริตและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาชาติ
นโยบายจากประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ “นึกสนุกเพื่อหาเสียง”
นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ทุกข้อถูกกลั่นกรองมาอย่างดี โดยเน้นย้ำว่า “ทุกนโยบายเราคิดด้วยสมอง เราทำด้วยใจ” พี่น้องประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าการเลือกประชาธิปัตย์คือการเลือกทีมที่มีประสบการณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องที่นึกสนุกทำนโยบายออกมาเพียงเพื่อหวังคะแนนนิยมในช่วงเลือกตั้ง แต่พรรคได้ทำสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดและรู้ชัดว่าปัญหาของประชาชนอยู่ตรงไหน และควรเดินหน้าต่อไปอย่างไรเพื่อให้ความเป็นอยู่ของทุกคนดีขึ้น
ปลุกพลัง ‘พระเอก-นางเอก’ ตัวจริง คือประชาชนผู้ไม่ยอมให้ใครซื้อ
นายอภิสิทธิ์ ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดการเมืองที่สุจริต พร้อมปลุกใจให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้กับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและกลุ่มทุนสีเทา
“คนปราบคนโกงไม่ใช่คนที่อยู่บนเวที แต่คือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้และยืนอยู่ตรงนั้น คนไทยทุกคนคือพระเอกนางเอกตัวจริงที่จะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยและคนไทยซื้อไม่ได้ กระบวนการยุติธรรมซื้อไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่คนโกงและคนทุจริตต้องออกไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ย้ำความผูกพันเคียงบ่าเคียงไหล่ สู้เพื่อบ้านเมืองสุจริต
นายอภิสิทธิ์ ยังได้หวนระลึกถึงความผูกพันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพี่น้องชาวใต้ที่ยาวนาน ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกล่าวขอบคุณเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่อยากให้ตนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และอยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอีกครั้ง โดยยืนยันว่าสิ่งนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อประชาชนร่วมใจกันส่งประชาธิปัตย์เข้าสภาเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการทวงคืนบ้านเมืองที่สุจริตและเศรษฐกิจที่ดีกลับมา
“เราผูกพันกันเพราะเราร่วมต่อสู้กันมานาน เราเชื่อว่าประเทศนี้ดีได้ บ้านเมืองนี้สุจริตได้ 8 กุมภาพันธ์นี้ ช่วยกันทำบ้านเมืองสุจริต ทำเศรษฐกิจดี ทำชีวิตคนไทยให้มั่นคง และทำให้ไทยหายจน เราไม่ทนทุนเทา เลือกประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง

‘อภิสิทธิ์’ ชวนคนสุราษฎร์ฯ-ชาวใต้ตั้งหลักใหม่ ‘ไล่คนซื้อเสียง’
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึงตลาดนัดบ้านคุณหนู ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อพบปะและขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยนายอภิสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ภาคใต้และเป้าหมายในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
ปลุกพลังสุจริต ไล่การซื้อเสียงพ้นภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยถึงบรรยากาศการลงพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดชุมพรต่อเนื่องมาถึงสุราษฎร์ธานีว่า ได้รับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมจากพี่น้องชาวใต้ทั้งสองจังหวัด พร้อมย้ำว่าภารกิจสำคัญที่สุดในครั้งนี้คือการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกัน “ไล่การซื้อเสียง” ออกไปจากพื้นที่ และหันมาเลือกตัวแทนที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มร้อยด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อเป้าหมายใหญ่คือการสร้างบ้านเมืองที่สุจริตร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์
มั่นใจความผูกพัน ทวงคืนพื้นที่สุราษฎร์ธานี
เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจในการทวงคืนที่นั่งในภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เคยสูญเสียที่นั่งไปในการเลือกตั้งครั้งก่อน นายอภิสิทธิ์ ตอบด้วยความมั่นใจว่า บรรยากาศความผูกพันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพี่น้องประชาชนที่สัมผัสได้ในขณะนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าประชาชนจะกลับมาให้การสนับสนุนพรรคอย่างเต็มที่อีกครั้ง
“เที่ยวนี้เราตั้งใจมากที่จะมาขอความกรุณาจากพี่น้องชาวสุราษฎร์อีกครั้งหนึ่ง และจากที่ได้สัมผัสในขณะนี้ ผมมีความมั่นใจครับว่าเราจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นแน่นอน”
8 กุมภาพันธ์ โอกาสตั้งหลักใหม่การเมืองไทย
ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ได้เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ โดยชี้ให้เห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ “ตั้งหลักใหม่” ให้กับการเมืองไทย เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่บ้านเมืองที่สุจริตและยั่งยืน
นายอภิสิทธิ์ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเลือกผู้นำที่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง มากกว่าการพึ่งพานโยบายชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่รากเหง้า ซึ่งจะทำให้คนไทยยังคงต้องติดหล่มอยู่กับปัญหาและความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ไม่สิ้นสุด
“อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนนะ เพราะวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว เป็นโอกาสที่จะมาตั้งหลักใหม่ให้กับการเมืองไทย ทำบ้านเมืองให้สุจริต หาคนที่มีความสามารถที่จะบริหารเศรษฐกิจให้โตแบบยั่งยืน ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องนโยบายที่จะมาชั่วครั้งชั่วคราว แล้วสุดท้าย คนไทยก็ยังต้องติดอยู่กับเรื่องเดิมๆ ปัญหาเดิมๆ และก็ความเป็นอยู่แบบเดิมๆ ครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำเชิญชวน

‘อภิสิทธิ์’ ประกาศก้องสุราษฎร์ฯ คืนรังประชาธิปัตย์กู้ชีพการเมืองสุจริต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ท่ามกลางมวลชนมหาศาลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเปิดใจถึงเหตุผลในการตัดสินใจกลับมานำทัพประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพื่อกอบกู้ศรัทธาและสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับการเมืองไทยภายใต้อุดมการณ์ความสุจริต
ปลื้มพลังรักชาวใต้ “กอดแน่น-หอมแก้ม” จนเวทีกลายเป็นสีฟ้า
นายอภิสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยการกราบขอบพระคุณพี่น้องชาวชุมพรและสุราษฎร์ธานีที่มาต้อนรับอย่างล้นหลามตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่องบิน พร้อมเล่าถึงบรรยากาศสุดอบอุ่นที่มีประชาชนเข้ามาขอกอด หอมแก้ม และมอบดอกไม้ให้ตลอดทางจนแทบจะเดินไม่ถึงเวที พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่ารอยลิปสติกสีแดงสีชมพูที่เปื้อนแก้มเมื่อผสมผสานกับความรักของประชาชนแล้ว สุดท้ายก็กลายเป็น “สีฟ้า” ของชาวประชาธิปัตย์ที่ครองใจคนใต้มายาวนาน
คืนรังประชาธิปัตย์เพื่อรักษา “พรรคที่เป็นของประชาชน”
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การตัดสินใจกลับมาครั้งนี้เป็นหน้าที่ในการตอบแทนพรรคที่สร้างตนมา และต้องการรักษาพรรคประชาธิปัตย์ให้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไปในฐานะพรรคที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองไทยกำลังวิกฤต มีแต่เรื่องการต่อรองผลประโยชน์และตำแหน่งของนักการเมือง จนบ้านเมืองไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้
ผนึกกำลังคนทุกรุ่นจาก “บัญญัติ บรรทัดฐาน” สู่คนรุ่นใหม่และดาวเด่นโซเชียล
ความโดดเด่นของการกลับมาครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้โชว์ความพร้อมของทีมงานที่ผสมผสานคนทุกรุ่นเข้าด้วยกัน
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่แม้จะประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ยืนยันเคียงข้างพรรคช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ รวมถึงอดีต สส. ผู้มีบารมีในพื้นที่อย่าง ป้านิภา พริ้งศุลกะ และนายธานี เทือกสุบรรณ ที่กลับมาสมทบอย่างครบถ้วน นายวีระพงศ์ ประภา อดีตผู้แทนการค้าไทย ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องการยกระดับราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครหน้าใหม่ทั่วภาคใต้ รวมถึงเซอร์ไพรส์สำคัญอย่าง “จูรี นุ่มแก้ว” ที่เข้ามาผนึกกำลังร่วมกับทีมงาน
กางโรดแมป ‘เชื่อมไทย เชื่อมโลก’ บุกเบิกทางคู่ความเร็วสูงลงใต้ ดันราคายางพุ่ง 80 บาท-พลิกโฉมผลไม้ไทยสู่สินค้าพรีเมียมระดับโลก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยโชว์ความพร้อมของทีมบริหารมืออาชีพ โดยย้ำว่าแม้ตนจะกลับมานำทัพได้เพียงเดือนเศษก่อนมีการยุบสภา แต่ด้วยรากฐานและประวัติการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้พรรคไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และพร้อมนำนโยบายที่กลั่นกรองมาอย่างดีมาตอบโจทย์คนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะแผนพัฒนาภาคใต้แบบครบวงจร
ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมไทย เชื่อมโลก
นายอภิสิทธิ์ ประกาศแผนยุทธศาสตร์คมนาคมที่ชัดเจน เพื่อเปิดประตูภาคใต้สู่สากลด้วยโครงการระดับเมกะโปรเจกต์
รถไฟทางคู่ความเร็วสูง เชื่อมโยงกรุงเทพฯ–หาดใหญ่ ด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมขยายเส้นทางเชื่อมต่อกับมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว และจีน เพื่อให้การขนส่งสินค้าและประชาชนทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โครงข่ายมอเตอร์เวย์ เร่งก่อสร้างเส้นทางสายใต้ที่แตกแขนงเชื่อมโยงทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและช่องทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
ปฏิวัติภาคเกษตร:ยกระดับราคายาง-ปาล์ม และผลไม้ไทย
นายอภิสิทธิ์ ชูนโยบายเกษตรที่เน้นทั้งการ “ประกันรายได้” และการ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” อย่างยั่งยืน
ยางพารา ประกันราคาสูงสุดที่ 60 บาท แต่ตั้งเป้าผลักดันให้พุ่งสูงถึง 80 บาท ด้วยการดึงนักลงทุนตั้งโรงงานในไทยเพื่อแปรรูปยางสู่สินค้ามูลค่าสูง เช่น ยางรถไฟฟ้าและยางล้อเครื่องบิน
ปาล์มน้ำมัน นอกจากการประกันรายได้ จะเร่งผลักดันกฎหมายดูแลสวนปาล์มแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงเชื่อมโยงเข้ากับอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อความเป็นธรรมของเกษตรกร
ผลไม้ไทยสู่มาตรฐานโลก พรรคมีแผนสร้างห้องปฏิบัติการ (Lab) ในพื้นที่ เพื่อรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ป้องกันการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะทุเรียนและกล้วยที่จะถูกยกระดับจากสินค้าเกษตรทั่วไปให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ขนมพรีเมียมที่มีมูลค่าสูงเช่นเดียวกับสินค้าส่งออกของญี่ปุ่น เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้เกษตรกรไทย
‘หวยจังหวัด’ กินแบ่งไม่กินรวบ ‘อภิสิทธิ์’ ชูโมเดลเสีย 10 บาท ออม 40 บาท รับโชคเดือนละล้าน ทุกจังหวัด!
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยโชว์วิสัยทัศน์ด้านสวัสดิการและการออม โดยเน้นย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่คิดนโยบายเพื่ออนาคต โดยเฉพาะการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนผ่านระบบการออมที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืน
จาก “กอช.” ถึง “หวยจังหวัด” นวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีประวัติการทำงานที่ชัดเจนในการสร้างระบบเงินออมให้คนไทย ทั้งการผลักดันกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) การส่งเสริมระบบประกันสังคม และการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน แต่สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคได้นำเสนอนโยบายใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตประชาชน เรียกว่า “หวยจังหวัด”
เสียแค่ 10 บาท อีก 40 บาทเป็นเงินออม
นายอภิสิทธิ์ อธิบายถึงรายละเอียดของนโยบาย “หวยจังหวัด” ว่าถูกออกแบบมาเพื่อกระจายโชคให้คนในพื้นที่และส่งเสริมการออมไปพร้อมกัน ทุกจังหวัดจะมีผู้โชคดีได้รับรางวัลหนึ่งล้านบาทในทุกงวด ตัวอย่าง เช่น ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะมีคนได้รับเงินล้านเป็นประจำทุกเดือนจากผู้ซื้อหวยจังหวัด รูปแบบคือหากซื้อหวยราคา 50 บาท แล้วไม่ถูกรางวัล ประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนเงิน 40 บาทให้กลายเป็นเงินออมสะสมสำหรับอนาคต เท่ากับว่าผู้ซื้อจะเสียเงินจริงเพียง 10 บาท ส่วนที่เหลือคือเงินสดที่เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นในวันข้างหน้า
มั่นใจเบอร์ 27 พลิกฟื้นเศรษฐกิจปักษ์ใต้
ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวอย่างอารมณ์ดีถึงหมายเลขพรรคเพื่อสร้างความจดจำแก่ประชาชนว่า “งวดที่แล้วออก 72 แต่ 8 กุมภาพันธ์นี้จะออก 27” พร้อมยืนยันว่านโยบายนี้คือแนวทางที่พยายามช่วยพี่น้องประชาชนด้วยการคิดล่วงหน้าถึงความมั่นคงในอนาคต
ปลุกชาวใต้สู้ ‘ทุนเทาแปลงร่างเป็นใบเทา’ ลั่น ปชป. ขอเป็นคนคุมเกมรัฐบาลสุจริต ย้ำ 8 กุมภาฯ วันเริ่มต้นใหม่ประเทศไทย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยทิ้งท้ายอย่างดุเดือด โดยชี้ให้เห็นว่านโยบายเศรษฐกิจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากการเมืองไทยยังติดหล่มอยู่ในวงจรเดิมที่ไม่สุจริตและถูกครอบงำด้วยกลุ่มทุนเทา
แฉกลเม็ด ‘ทุนเทาแปลงร่างเป็นใบเทา’ ช่วงโค้งสุดท้าย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเตือนพี่น้องประชาชนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง 10 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยระบุว่ากลุ่มทุนสีเทากำลังจะ “แปลงร่าง” เป็นธนบัตรใบละหนึ่งพันบาท (ใบเทา) เพื่อเข้ามาซื้อสิทธิ์ขายเสียงในพื้นที่ พร้อมประกาศชัดว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล พร้อมปราบปรามขบวนการนี้ทันที เนื่องจากพรรคมีข้อมูลเส้นทางการเงินที่ชัดเจนและได้ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานตรวจสอบไว้หมดแล้ว
ปลุกพลังคนใต้ ‘ไล่พวกซื้อเสียง’ ย้ำศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกร้องให้ชาวสุราษฎร์ธานีและชาวใต้ทุกคนผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อ “ไล่พวกซื้อเสียง” ออกไปจากพื้นที่ โดยระบุว่านี่คือสิ่งที่พี่น้องชาวใต้เคยเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย
“ใครจะวิจารณ์ว่าโพลล์ประชาธิปัตย์มาแรงแต่ สส. ไม่ตามโพลล์ เพราะมีการใช้เงินมาสู้ แต่ผมขอถามพี่น้องตรงนี้ว่าทุกคนจะยืนยันไม่เลือกคนพวกนั้น และมาผนึกกำลังกับประชาธิปัตย์เพื่อสู้กับคนโกงสู้กับการทุจริตใช่ไหม”
ปชป. อาสา ‘คุมเกมรัฐบาล’ การันตีความซื่อสัตย์-ไม่สร้างความแตกแยก
นายอภิสิทธิ์ ย้ำถึงบทบาทสำคัญของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า หากประชาชนเลือกประชาธิปัตย์จนได้เป็นรัฐบาล หรือแม้พรรคจะไม่ได้เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่ประชาธิปัตย์อาสาที่จะเป็น “คนคุมเกม” เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นรัฐบาลที่
ซื่อสัตย์สุจริตปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างแท้จริง สร้างความสมานฉันท์ เป็นรัฐบาลที่ไม่สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง
8 กุมภาพันธ์ มากกว่าวันเลือกตั้ง คือวันตั้งหลักใหม่ของชาติ
ในช่วงท้ายของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ ได้ขอคะแนนเสียงผ่านบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ โดยย้ำว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้คือ “โอกาสการเริ่มต้นใหม่” ของประเทศไทย เพื่อทำให้บ้านเมืองสุจริต ทำให้เศรษฐกิจดี ทำให้ชีวิตคนไทยมั่นคง และทำให้คนไทยหายจนอย่างยั่งยืน




