
เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวผ่านเพจไทยคู่ฟ้า เนื่องในวันสงกรานต์ 2569 ว่า สงกรานต์ปีนี้ขอให้ทุกท่าน ได้ใช้ความสุขอย่างเต็มที่ เดินทางไปทุกที่ด้วยความปลอดภัย อย่าลืมว่าดื่มแล้วต้องไม่ขับ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้ช่วงเวลาของวันหยุดตักตวงความสุข ให้กับตนเองและครอบครัว ขอให้โชคดีสวัสดีปีใหม่ไทยทุกคน

นายกฯ อนุทิน” บินเชียงราย แจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน ปล่อยมุก “ฮั้ว สว ของจริง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนายกฯได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะใช้เวลาลงพื้นที่แบบออร์แกนิค โดยวันที่ 12 เมษายน นายอนุทิน ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงราย เพื่อสำรวจด้านการท่องเที่ยว ทันทีที่ถึงสนามบินนานาชาติ แม่ฟ้าหลวง นายกฯได้ขอร่วมแจมเป่าขลุ่ยกับกลุ่มผู้สูงอายุชมรมดนตรีพื้นเมือง วัดเชตวัน ที่บรรเลงเพลงให้ผู้โดยสารฟังที่สนามบิน
นายอนุทิน ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “ถ้านับอายุก็ใกล้ครบคุณสมบัติที่พอจะเข้ากลุ่ม สว กลุ่มนี้ได้แล้ว นี่แหละเรียกว่า ฮั้ว สว ของจริงเพราะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”
14 เม.ย. นี้ เที่ยวผืนป่าอนุรักษ์ฟรีทั่วประเทศ รับ “วันครอบครัว” เปิดพื้นที่ธรรมชาติให้คนไทยเข้าถึงได้มากขึ้น
วันที่ 12 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าบริการ เนื่องในโอกาส “วันครอบครัว” วันที่ 14 เมษายน 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว ยกเว้นค่าบริการเข้าพื้นที่และค่ายานพาหนะ สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ การเปิดให้เข้าพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ เรียนรู้ระบบนิเวศ และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ ควบคู่กับการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์
“วันครอบครัวปีนี้ รัฐบาลอยากชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้เวลาดี ๆ ร่วมกันในพื้นที่ธรรมชาติ เรียนรู้ และพักผ่อนอย่างมีคุณค่า พร้อมร่วมกันดูแลทรัพยากรของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ และช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อให้ผืนป่าอนุรักษ์ยังคงความสมบูรณ์สำหรับคนไทยทุกคนต่อไป
สงกรานต์ 69 “ฝากบ้านกับตำรวจ” ประชาชนตอบรับต่อเนื่อง วันแรก 1,869 หลัง ย้ำเช็กลิสต์ก่อนเดินทาง เพิ่มความอุ่นใจช่วงหยุดยาว
วันที่ 12 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว ทำให้บ้านเรือนอาจไม่มีผู้อยู่อาศัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินหน้าโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า โดยสถิติวันแรกของโครงการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 มีประชาชนให้ความไว้วางใจเข้าร่วมฝากบ้านแล้วจำนวน 1,869 หลัง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงวันหยุดยาว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านแอปพลิเคชัน “Police Care” แอปพลิเคชัน “ฝากบ้าน 4.0” หรือสามารถติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน (สน./สภ.) เพื่อดำเนินการได้โดยตรง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้แนะนำ “เช็กลิสต์ก่อนฝากบ้าน” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยง ดังนี้ เตรียมบัตรประชาชนและลงทะเบียนผ่านช่องทางฝากบ้านกับตำรวจ ,กรอกแบบฟอร์มพร้อมแนบภาพถ่ายบ้าน ,ตรวจสอบและจัดเก็บทรัพย์สินมีค่าในที่ปลอดภัย ,ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ธูป เทียน และแก๊สก่อนออกเดินทาง ,ตรวจสอบความเรียบร้อยของประตูและหน้าต่าง ,ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ,ฝากเพื่อนบ้านช่วยดูแลเป็นหูเป็นตา ,ติดตามรายงานสถานะการดูแลบ้านจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่อง ,กรณีกลับล่าช้ากว่ากำหนด แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ และเมื่อเดินทางกลับ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของทรัพย์สิน
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาล โดยการฝากบ้านกับตำรวจเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยสร้างความอุ่นใจ ลดความกังวล และทำให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพบเหตุต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง



