
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 24 เมษายน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวรีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกฯและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ มารอต้อนรับ
โดยเมื่อนายหวังอี้ มาถึง นายกฯได้เข้าจับมือและโอบไหล่ทักทาย และมีการพูดคุยกันเล็กน้อย โดยนายหวังอี้ กล่าวชมนายกฯว่า “ท่านดูหล่อมากครับ” ก่อนที่นายกฯจะตอบกลับว่า ”หล่อน้อยกว่าท่าน“ พร้อมพาคณะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาหารือประเด็นต่างๆบนตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีการเสิร์ฟเมนูทุเรียนและข้าวหลามต้อนรับซึ่งเป็ฯเมนูโปรดของนายหวัง อี้ นอกจากนี้ยังจัดขนมลูกชุบและขนมสอดไส้ต้อนรับด้วย

ภายหลังการหารือเวลา 11.55 น. นายอนุทิน และนายหวัง อี้ ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมกัน เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตราคารอาหารจีนโรงแรม Chefman ถนนวิทยุ โดยนายอนุทิน ได้พานายหวัง อี้ ขึ้นรถยนต์ไฟฟ้า BYD ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนของนายกฯ พร้อมเปิดประตูรถให้นายหวัง อี้ ขึ้นนั่งด้านข้างคนขับ ก่อนที่ตนเองจะขึ้นรถทำหน้าที่เป็นคนขับเอง และมีนายสีหศักดิ์ นั่งอยู่เบาะด้านหลัง เดินทางออกจากทำเนียบฯ

นายกฯ อนุทิน ต้อนรับ “หวัง อี้” กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในโอกาสเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนว่าภายหลังจากการเสด็จฯเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน และหวังว่าจีนจะยังคงสนับสนุนการพัฒนาของไทยในทุกมิติ บนพื้นฐานของความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ซึ่งมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจและความเคารพซึ่งกันและกัน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ด้านนายหวัง อี้ แสดงความยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศของรัฐบาลไทย และมั่นใจว่าความสัมพันธ์ไทย – จีน จะยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันนายหวัง อี้ ยังได้ถ่ายทอดความปรารถนาดีจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และครอบครัว ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมย้ำว่า จีนเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไทยสามารถไว้วางใจได้ในระยะยาว
นางสาวรัชดา กล่าวว่า โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. การยกระดับความสัมพันธ์ไทย – จีน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยจะผลักดันการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม” (Action Plan) ที่สอดประสานกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ความร่วมมือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ 2. การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ฝ่ายจีนได้เชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเปคที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการและอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ
นางสาวรัชดา กล่าวว่า 3. สถานการณ์ไทย –กัมพูชา นายหวัง อี้ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีขึ้น และแสดงความหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะมีพัฒนาการที่ดีในเร็ววัน โดยไทยย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน 4. ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะบรรจุเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแนวทางแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า และ 5. การต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาความร่วมมือให้ก้าวไปสู่การดำเนินการเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงในเชิงนโยบาย แต่รวมถึงการขับเคลื่อนผ่านกลไกความร่วมมือ การประชุม และกิจกรรมร่วมในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
“การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความไว้วางใจในระดับสูงระหว่างไทยกับจีน ซึ่งไม่เพียงเป็นความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ แต่ยังมุ่งสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาวอีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว



