
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 30 เม.ย. 2569 เป็นวันสุดท้ายที่ให้หน่วยงานทำสัญญาผูกพันงบปี 2569 ซึ่งพบว่ามีเงินเหลือประมาณ 50,000 ล้านบาท ที่จะพับไปออก พ.ร.บ. โอนงบปีประมาณ 2569
“เม็ดเงินไม่มากอย่างที่คิดประมาณ 50,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะมาตรการเร่งรัด ทำให้ส่วนราชการเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและทำสัญญาผูกพันงบประมาณกันอย่างรวดเร็ว” นายภราดร กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการออกพ.ร.ก. กู้เงินเพื่อมาดูแลเศรษฐกิจนั้น เรื่องนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมว่าหากจะมีการดำเนินการกู้เงินจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยต้องดูตัวเลขสรุปของ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 2569 ประกอบกันด้วย
สำหรับ ความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ว่า คาดว่าจะเสนอแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งจะรวมโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจพิจารณาได้ในวันที่ 4 พ.ค. 2569 หลังจากนั้นจะมีการเสนอให้ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 5 พ.ค. พิจารณาต่อทันที และภายหลังจากโครงการผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ก็คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเปิดให้ลงทะเบียนได้ ภายในเดือน พ.ค. นี้ และจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันในวันที่ 1 มิ.ย. แน่นอน
“โครงการคนละครึ่งพลัส รอบนี้คนได้สิทธิต้องมากกว่า 20 ล้าน ส่วนการทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท ถือเป็นข้อดี มีเวลาให้ทางกระทรวงการคลังหาเงิน” นายภราดร กล่าว
สำหรับ จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในรอบนี้ลดเหลือ 13.2 ล้านคน จากเดิมที่ 13.4 ล้านคน เพราะมีผู้ถือบัตรที่เสียชีวิต และอื่น ๆ ขณะที่แนวทางดำเนินการช่วยเหลือในกลุ่มนี้ ยืนยันว่าจะมีการเติมเงินให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 บาท ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง จากปกติอยู่ที่ 300 บาทต่อเดือน และเมื่อครบเวลาวงเงินในส่วนนี้ก็จะกลับไปอยู่ที่ฐานเดิม คือ 300 บาทต่อเดือน ส่วนว่าจะได้เท่ากับผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่ 4,000 บาทหรือไม่นั้น นายภราดร ระบุว่า อยู่ที่นายเอกนิติจะเคาะตัวเลขออกมาเป็นเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะได้สิทธิ์เท่ากันกับโครงการคนละครึ่ง พลัส



