นายกฯ อนุทิน นำทีมแถลงผลงานปราบยาเสพติด 8 เดือน

Date:

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการติดตามขยายผล การจับกุมและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมากถึง 184,000 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม, ยาอี 274,880 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท ผลการปฏิบัติการทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันต่อสู้กับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด แสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ ตนขอเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีความจริงจังกับเรื่องนี้และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มุ่งมั่นเอาชนะกระบวนการค้ายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะยาเสพติดเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิต ประชาชนและสังคมไทย ตนขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองทัพ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ข้าราชการ อาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เสี่ยงทั้งชีวิตเพื่อเข้าไปช่วยกันขจัดภัยที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติและความสงบสุขของประชาชน 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกทั้งขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ดำเนินการโดยปราศจากความเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ หลายครั้งเป็นอันตรายจากการปะทะกัน ด้วยคุณงามความดีของพวกเราทุกคน ไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่มีใครเสียชีวิต นี่คือสิ่งที่ตนรู้สึกปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมาก อย่างการที่มาอยู่ตรงนี้จะเห็นว่า 2-3 เดือนมาที เป็นภาพเดิมๆ ทั้งหมด ภาพแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าพวกเราเอาจริงเอาจัง ไม่มีการประนีประนอมหรือเจรจาใดๆกับผู้กระทำผิด เราสำนึกในความอันตรายของสิ่งเหล่านี้ต่อประเทศ เราโชคดีมีความเป็นสหายกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนระดับปฏิบัติการก็คบค้าสมาคมเป็นพี่เป็นน้องกันมาตลอด การติดต่อส่งข้อมูลข่าวสาร การให้การสนับสนุน ให้กำลังใจจากตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน ระดับบังคับบัญชาและปฏิบัติ เราทำทุกรูปแบบทั้งทางการและผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆทั้งสิ้น ไม่มีอิทธิพลไหนมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าตรงนี้ไขว้เขวได้เป็นอันขาด นี่คือความมั่นคงของประเทศไทย ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงได้ อยากเตือนผู้ที่ยังกระทำผิด คิดว่าที่ผ่านมา 6-7 เดือน ท่านก็คงบาดเจ็บไปเยอะ กำไรทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้ ยิ่งเพิ่มจำนวนเข้ามาในระบบเท่าไหร่ ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทยในการขจัดและปราบปรามการกระทำผิดได้ เราถือว่าท่านเป็นศัตรู ไม่ใช่คนที่ปรารถนาดีกับประเทศ พวกเราทุกคนมีหน้าที่ทำให้พินาศ มลายหายไปอยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ไม่ได้ เลิกเสีย ไปหาสิ่งอื่นที่ถูกกฎหมายทำ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกด้วยว่า สำหรับประชาชนลูกหลานเยาวชนที่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีประโยชน์ การเสพสิ่งเหล่านี้ การขายการลำเลียงการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพค้าผู้สนับสนุนล้วนแต่มีคดีร้ายแรงติดตัว เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เป็นคดีที่ทำให้ต้องพลัดพรากจากคนที่รัก ครอบครัว อิสรภาพที่เคยมีอยู่ มีบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ต่อให้รอดการประหาร โทษเบาที่สุดจำคุกเป็น 10 ปีขึ้นไปหรือจำคุกตลอดชีวิต ไม่ใช่สิ่งดีสำหรับพวกท่าน เรายอมไม่ได้ พวกเราทุกคนเคยเห็นผู้ค้า ผู้ขนส่ง ผู้ร่วมกระบวนการค้ายาเสพติด ทุกคนเวลาพูดกับเขา ความเป็นพ่อเป็นแม่ความห่วงใยครอบครัว ทุกอย่างพรั่งพรูออกมา เราสงสารแต่เราไม่สามารถลดหย่อนได้เลย ยืนยันว่าตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ สิ่งเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไป และจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตนให้การสนับสนุนทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ การที่จะดำเนินการปราบปรามสิ่งเหล่านี้จะมีแต่ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น จึงขอเตือนด้วยความห่วงใยว่า พวกเราไม่ต้องการดำเนินคดีในข้อหานี้กับท่าน เพราะรู้ว่าดำเนินคดีไปก็หมายถึงการสูญเสียชีวิต  แม้ไม่อยากทำแต่จำเป็นต้องทำด้วยความเด็ดขาด ไม่ให้สิ่งเหล่านี้ทำลายประเทศและเยาวชน ขอชื่นชมผู้ปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง และมั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่ของเราเช่นนี้ต่อไป มายังไงเราจับได้หมด ยืนยันว่าจับได้ในทุกรูปแบบ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’