นายกฯ อนุทิน บุกพลูวิลล่าเกาะพะงัน สั่งตรวจเส้นทางการเงิน

Date:

วันที่ 13 พ.ค. 2569 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมายังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด  โดยได้มีการล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่ดูแลในพื้นที่เกาะพะงัน ที่บริเวณด้านหน้าพลูวิลล่า ที่มีการก่อสร้างผิดกฎหมาย 

โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่า ซึ่งก่อสร้างผิดกฎหมาย และมีชาวอิสลาเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะถ้าถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดตัวเองทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน แต่ใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างมาซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่านี่คือบริษัทไทย  และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย

จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อคให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.เราเพิ่งแต่งตั้ง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งส่งมา อยากให้ได้ทำงานเร็วๆ จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ซึ่งตนก็ได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของเขาดูอยู่แล้ว ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในเรื่องความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปแถลงข่าวเรื่องที่สำคัญ ต้องขออภัยจริงๆ

เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้เข้ามา ทำธุรกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอนตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทยจะต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของรมว.พาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้าให้ส่วนใบอนุญาตจะไปทำธุรกิจต่างๆหน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ไปดำเนินการได้เลย แต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคงแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจที่เมืองไทยไม่ต้องขอใบอนุญาตอันนี้ไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาต จากหน่วยงานที่อนุญาตให้อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอใบอนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน พยายามให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัยด้วย

เมื่อถามว่าเรื่องนอมินิเกาะพะงันได้มีการกำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องของที่ดินว่ารุกล้ำหรือหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดิน จะไปจัดการตรงนั้นเอง วันนี้เรามาดูเรื่องของการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปไขว้กันมา ทำให้บริษัทนั้นดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทนั้นมันเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายเมืองไทย ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดินบริษัทคนไทยยังต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์  แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆละลายไป พูดง่ายๆ เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายยังไงฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนดคนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราก็ต้องมาแก้ไขตรงนี้

เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีเรื่องของทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษากฎหมายในการทำบัญชี ในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง7 คน ต้องเป็นคนไทย ต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ตรงนี้มันปรับบริษัทมาหลายอัน คนๆหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจซึ่งมันผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ ฉะนั้นเชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็นหนึ่งในสายงานของตำรวจคือเขาต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่เขาสามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างไปทำอะไรก็ได้ทำตามใจต่างชาติแบบนี้เราก็ต้องนั่งบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอพร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนที่จะเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษาชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด ก่อนจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน  ซึ่งชาวบ้านได้ชวนนายกฯมาตกหมึก  ซึ่งนายกฯตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้เดี๋ยวต้องเดินทางไปที่จ.ภูเก็ตต่อ  ก่อนชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯ จึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หร่อยแรงๆ”

นายกฯ อนุทิน นั่งเรือสปีดโบ๊ทถึงสุราษฎร์ ปชช.ถือป้ายต้อนรับ ‘ดีใจได้เจอ-นายกฯมาปัญหาจบ’

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย  ก่อนเดินทางต่อด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด  สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์  อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้ามเรือไปยังเกาะพะงัน โดยนายกฯนั่งอยู่ที่หัวเรือสปีดโบ๊ท และได้เรียกนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม มาพูดให้ปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือ ซึ่งค่อนข้างจะเก่าแล้ว โดยได้สั่งให้ไปปรับปรุงระเบียบ เพื่อให้เอกชนและประชาชนได้ใช้ให้ดีขึ้น 

โดยเมื่อเดินทางถึงถ้าเทียบเรือ อ.เกาะพงัน นายกฯ ได้ทักทายเด็กที่มารอต้อนรับอยู่ที่ท่าเรือ ซึ่งนายกฯได้สอบถามชื่อเด็ก ซึ่งเด็กหญิง ตอบว่า ชื่อจ๋าและบิวตี้ ก่อนที่นายกฯ จะตอบว่า “ ได้ยินชื่อหมดแรงเลย”

ขณะเดียวกันได้มีประชาชนถือป้ายข้อความรอต้อนรับ โดยมีข้อความระบุว่า “ให้กำลังใจนายกฯ, นายกฯมาปัญหาจบ , นายกมาคนพะงันดีใจและยิ้มได้ , ดีใจที่ได้เจอนายกฯอนุทิน“ และก่อนขึ้นรถ ประชาชนได้มอบดอกไม้ให้กำลังใจด้วย

​นายกฯ อนุทิน พบชาวเกาะพะงัน ประกาศจัดระเบียบชายหาด- ลั่นไม่ยอมต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางต่อมาที่โรงเรียนเกาะพะงันศึกษา พบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่ โดยนายกฯกล่าวว่า เดินทางมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องอย่างจริงจัง เพราะเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน เราเข้าใจดีว่านักท่องเที่ยวคนต่างชาติที่มาในประเทศไทยเอาเงินเอาทองมา แต่เราต้องการได้เงินได้ทองที่ถูกต้องของเขา มาจับจ่ายใช้สอย ซื้อความสะดวกสบายพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่มาแล้วจะมาขายด้วย  อย่างนี้เรายอมไม่ได้เพราะเป็นบ้านของเรา  เรามีหน้าที่ทำให้เขาได้รับความสะดวกที่สุดแต่ไม่ต้องมาทำหน้าที่แทนเรา เราต้องรักษาสภาพแวดล้อม ชายหาดต้องมีความสวยงาม พี่น้องต้องไม่ยอมให้ใครมายึดถือครองที่ของพี่น้องทุกคน 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน้าวิลล่าหน้าโรงแรมของใคร ไม่มีสิทธิ์บนชายหาดเป็นของทุกคน ต้องทำให้เป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล จะจัดโซนนิ่งให้ ตรงไหนทำให้ได้ ที่ไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหายเราทำเต็มที่ผ่อนสั้นผ่อนยาว กระทรวงทรัพยากรฯโดยกรมป่าไม้ กรมอุทยานมีหลักอยู่ เราสามารถร่วมมือกับท้องถิ่น เทศบาล อบต. ที่จะจัดสรรพื้นที่ให้พี่น้องได้ทำกิน แต่การจัดสรรต้องตกถึงพี่น้องโดยตรงไม่ใช่จัดให้คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ไปถือครองแล้วซอยย่อยให้พี่น้องอย่างนี้ผิดวัตถุประสงค์ จะไม่ให้เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามและจัดการกับการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกาะพะงัน พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม และทำให้เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าอยู่ น่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้แก่ชุมชน

“นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาต้องมาด้วยเจตนาที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้ามาเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่  รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ ขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากเกาะพะงันยังไม่มีความสงบเรียบร้อย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำงาน รัฐบาลต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ ประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ”นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากพบการกระทำผิดกฎหมายหรือพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ ขอให้แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงกลัว

วันนี้มี นายพิพิธ รัตนรักษ์ สส. สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ลูกพรรคตน พี่น้องให้ความไว้วางใจขนาดนี้ ดังนั้นความเดือดร้อนของชาวพะงัน เกาะสมุย ที่อยู่ในเขตของสส.ก็คือความเดือดร้อนของตนด้วย เพราะเป็นผู้แทนของพี่น้อง พี่น้องไว้วางใจพวกเราอยู่พรรคเดียวกันหมด ถ้าตนรู้สึกเดือดร้อน รัฐมนตรีที่มาด้วยก็รู้สึกเหมือนกันเพราะเป็นคนในพื้นที่เกือบทั้งหมด เราต้องอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนอยู่แล้ว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีมั่นใจว่าสส.ของท่านจะนำสิ่งที่เป็นที่ต้องการของพี่น้องมาถ่ายทอด หน้าที่ภารกิจมีรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงต่างๆ ต้องดำเนินการให้ ทำอย่างไรให้เกาะพะงัน มีสาธารณูปโภคที่ดีที่สุด อยากให้สร้างรายได้สร้างโอกาสให้มากที่สุด มีความสะดวกเท่าไหร่โอกาสก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เราก็มาจัดระเบียบให้ทุกท่าน หลังจากนี้จะกลับไปดูเรื่องแหล่งน้ำ กำลังจะทำเรื่องอ่างเก็บน้ำไว้โดยจะติดตามดูแลในเรื่องของแหล่งน้ำ ซึ่งรับทราบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียรมากที่สุด โดยมุ่งให้เกาะพะงันสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

“ผมไม่ให้ใครมาสร้างโรงงานที่นี่แน่นอน ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้คาดหวัง เกาะพะงันนอกจากเรื่องประมงพื้นบ้าน ประมงทั่วไป หรือการทำมาหากินประกอบธุรกิจ เหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษให้เกาะพะงัน ลงพื้นที่วันนี้ ดีใจสุดๆ ปกติพอได้มาแล้ว ก็จะได้มาอีก จะมาจนกว่าพี่น้องบอกว่าพอแล้วไปที่อื่นบ้าง มาลงพื้นที่เห็นบรรยากาศอยากอยู่ต่ออีก แต่อยู่ไม่ได้ต้องไปภูเก็ต เดี๋ยวขึ้นเครื่องไม่ทัน ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า จะทำสุดความสามารถ จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และต้องขอตัวกลับก่อน แต่สิ่งที่พูดไว้ทุกอย่าง จะเกิดขึ้นโดยเอาหัวสส. เป็นประกัน

ทั้งนี้ภายหลังจากที่นายอนุทิน พูดเสร็จสิ้น มีชาวบ้านให้มาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก และมอบดอกไม้พร้อมของที่ระลึกให้ ซึ่งเป็นสร้อยลูกปะคำ

นายกฯ อนุทิน นำทีมลงพื้น ‘เกาะพะงัน-หาดฟรีด้อม’ ติดตามแก้ปัญหานอมินีต่างชาติ-รุกพื้นที่สาธารณะ

วันที่ 13 พ.ค. 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำรัฐมนตรีลงพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี และจ.ภูเก็ต ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น  รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  นายสรรเพชญ บุญญามณี  รมช.คมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่อ.เกาะพะงัน  จ.สุราษฎร์ธานี และตรวจติดตามการจับกุมการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ ที่หาดฟรีด้อม อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต 

โดยจุดแรก นายกฯ จะเดินทางไปยังโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ในพื้นที่จากนายอำเภอเกาะพะงัน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนภาคประชาชนเสนอประเด็นปัญหาและแนวทางที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุน จากนั้นนายกฯ จะพบปะประชาชน ภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรม และมอบนโยบายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)

นอกจากนี้ในช่วงเย็นนายกฯจะเดินทางต่อไปที่ หาดฟรีด้อม  อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการจับกุม การบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ โดยผวจ.ภูเก็ตให้การต้อนรับ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตรายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ตรายงานการสนับสนุนการแก้ปัญหา และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตรายงานผลการดำเนินคดี ก่อนที่นายกฯจะพบปะประชาชนและมอบนโยบายส่วนราชการในพื้นที่  และเดินทางกลับกรุงเทพฯในเวลา 20.40 น.

นายกฯ อนุทิน เดือดลงพื้นที่หาดฟรีดอม ไล่มาเฟียรุกที่ บอกมันน่าทุเรศ สั่งเช็กบิลเจ้าหน้าที่รัฐ

เมื่อเวลา 19.00น. ที่หาดฟรีดอม ภูเก็ต  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่เดินตรวจหาดฟรีดอมว่า มีคนมีความพยายามยึดพื้นที่ทั้งหมดที่ชาวบ้านอยู่และขับไล่ออกจากพื้นที่ ถ้ารัฐบาลไม่รีบเข้ามาก่อน ก็จะกลายเป็นรีสอร์ทโรงแรม เอาสค.มาขายให้ชาวบ้าน ซึ่ง สค.คือ โสโครก  สวมสิทธิ ในเอกสาร เป็นเอกสารปลอม ทั้งนี้แผ่นดินของประเทศ ถ้าจะให้คนมาใช้ประโยชน์ต้องเปิดกว้างให้คนทั่วไป อย่ายึดเป็นของตัวเอง หาดทั้งหาด ยึดไปเป็นของตัวเอง ยอมได้หรือไม่ หาดทั้งหาดนี้เขาตั้งใจ ถ้าแผนเขาสำเร็จ หาดนี้จะเป็นหาดส่วนตัว เกาะสวาท หาดสวรรค์ของเขาเลย งานนี้หมดเป็นพัน แต่แผนเขาเสียพังก่อน จากนี้เขาต้องไปชดใช้กรรมในคุก 

เมื่อถามว่าหาดสวยน้ำใสเป็นท่องเที่ยวของไทย โมโหหรือไม่ คนคนเดียวทำให้เสียชื่อ ทำลายภาพลักการท่องเที่ยว นายกฯ อนุทิน ระบุว่า เดี๋ยวหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปสอบสวนเรื่อยๆ ก็จะทราบเกี่ยวข้องกับใครบ้าง 

เมื่อถามย้ำว่าน่าโมโหหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า  “มันน่าทุเรศ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คนที่เป็นนายทุนอาธพาลแย่อยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ให้ความร่วมมือ ตนไม่เชื่อหรอก ทำบันไดคอนกรีต 300 ขั้น เป็นไปไม่ได้เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่รู้เรื่อง ตนในสถานะผอ.กอ.รมน. จะสนธิกำลังเต็มที่ คืนความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชน ที่ถูกประทุษร้าย  หยุดการกระทำของคนเหล่านั้นและดำเนินคดี 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มาถึงหาดฟรีดอมเจอมาเฟียบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ชี้ไปทางผู้ว่าฯ ภูเก็ต พูดหยอกเล่นว่า นี่ไงมาเฟีย น่ากลัวที่สุดในภูเก็ตแล้ว (พร้อมหัวเราะ)

เมื่อถามว่า น่าเสียดายหรือไม่ มาช้าเพียง 1 วัน หลัง “เสี่ยเล็ก” ชิงมอบตัวก่อน นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ไม่เป็นไร ก็ไม่อยากเจออยู่แล้วเจอทำไมหละ ซวยตาย ไม่เอา” พร้อมยืนยันหลังจากนี้ จะดำเนินการใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ส่วนใครที่บุกรุกอยู่และกำลังทำอะไรอยู่ ก็ขอให้ถอนออกไป เราจะไม่รอ เราจะใช้กฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของทางราชการ ที่จะรื้อถอนหรือทำลาย ยึดคืนกลับมา ไม่มีการรอ เพราะหลักฐานที่เห็นวันนี้ มีแค่หย่อมเดียว ไม่มีอะไรน่าห่วง 

นายกรัฐมนตรียังให้ความมั่นใจว่า วันนี้หากเราทำการยึดกลับมา แล้วยังถูกกรรโชกกลับไปอีก ก็จะเป็นเวรกรรมของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ยืนยันไม่มีใครกล้าและตนก็ไม่กังวล เพราะเรามีผู้ใช้กฎหมาย 

นายอนุทิน ชี้แจงกรณีที่วันก่อนลงพื้นที่หาดบางเทา ไม่ได้มาทีหาดฟรีดอม เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนที่ตัจังหวัดระนอง เนื่องจากตอนแรกคิดว่าพอแล้ว ยกให้เป็นบางเทาโมเดล ต้องไม่มีการข่มเหง และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ยึดคืนสิ่งที่เป็นของรัฐกลับมา แต่ยืนยันเป็นคำสั่งที่ใช้ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่เดียว แยกปฏิบัติไม่ได้ ยืนยันไม่ได้ทิ้งชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนจากตัวอันธพาล ข่มเหงรังแก วันนี้จึงต้องมาดู แต่มาแล้วไม่เจอ ก็ไม่รู้ทำอย่างไร ตำรวจได้ดำเนินการทางคดีไปแล้ว เบื้องต้นตำรวจคัดค้านการประกันตัว เพราะถือเป็นผู้มีอิทธิพล และสามารถใช้กำลังข่มขู่พยานได้ ตนเองอยากให้โดนโทษหนักๆ จะได้กรณีที่ไม่ควรให้ประกันตัว ซึ่งส่วนตัวยังเชื่อว่ามีมาเฟียอีกเยอะ แต่เราต้องใช้กรอบนี้ขยายผลไปเรื่อยๆและครอบคลุมทุกพื้นที่

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’