
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า จริงๆไม่ได้ถอย และไม่ได้เดินอะไร เพราะนายกรัฐมนตรีให้ข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะพยายามและหาแนวทางอย่างเต็มที่ โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ ประสานงานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ให้คนไทยได้รับชม
นายภราดร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากการหารือเบื้องต้นระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกสทช. เห็นถึงข้อติดขัดว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ใช้เงินถึง 1,300 ล้านบาท ค่าภาษีอีกประมาณ 300 ล้านบาท รวมถึงค่าดำเนินการต่างๆอีก 100 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่รัฐบาลไทยจะต้องหาทั้งสิ้นกว่า 1,700 ล้านบาท อีกมุมได้ยินเสียงสะท้อนจากสังคมว่าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกด้วยเงินถึง 1,700 ล้านบาท สามารถสร้างความยั่งยืนให้วงการฟุตบอลไทยได้มากน้อยแค่ไหน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย วงการฟุตบอลไทย ให้เติบโตตามเป้าหมายที่ทุกคนคาดหวัง คือการได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหรือไม่ ซึ่งการนำเงิน 1,700 ล้านบาท ไปสนับสนุนเยาวชนหรือโครงการต่างๆที่เป็นการต่อยอดให้กับวงการฟุตบอลไทยจะมีประโยชน์มากกว่าหรือไม่ ขณะนี้จึงอยู่ในช่วงของการหารือ เพราะเงิน 1,700 ล้านบาท เป็นเงินภาษีของประชาชน ไม่ว่าจะนำมาจากแหล่งไหนคงจะต้องคิดให้รอบคอบว่าแบบไหนจะสร้างความยั่งยืนให้กับวงการฟุตบอลไทยได้มากกว่ากัน
นายภราดร กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนล่าสุดขณะนี้กรมประชาสัมพันธ์ และกสทช. กำลังหารือกันหลังจากได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ด้วยงบประมาณที่สูงมาก คิดว่ารัฐรัฐบาลไทยคงต้องคิดหนักกับค่าลิขสิทธิ์ถึง 1,700 ล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาการถ่ายทอดสดประมาณหนึ่งเดือน อีกทั้งช่วงเวลาการแข่งขันเป็นไทม์โซนที่แตกต่างกัน และไม่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงต้องอ่านทบทวนกันให้ดี
เมื่อถามถึงการสนับสนุนจากเอกชน นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลขอบคุณถ้าจะช่วยสนับสนุนและซื้อลิขสิทธิ์ รัฐบาลไม่ได้ขัดข้องอะไร อย่างไรก็ตามการตัดสินใจว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่นั้นคงต้องตัดสินใจเร็วๆนี้ เพราะ 15 วันจากนี้ฟุตบอลจะเริ่มแข่งขันแล้ว
“อะไรที่เป็นประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทย วงเงิน 1,700 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจนำไปพัฒนาได้หลายปี ยกตัวอย่างเมื่อก่อนเคยมีรายการฝึกฟุตบอลที่จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชื่อว่า Prime Minister Cup ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะใช้เงินไม่มาก สามารถที่จะสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาเยาวชนต่างจังหวัดได้อีกเยอะ หรือแม้แต่โครงการส่งเสริมฟุตบอลอาชีพของไทยระดับ T3 ที่มีอยู่เกือบทุกจังหวัด ก็ต่อยอด Prime Minister Cup ได้ ใครที่มีฝีมือก็ไปเล่นต่อยอดใน T3 เชื่อว่าปีหนึ่งไม่เกิน 200 – 300 ล้านบาท จะส่งเสริมให้ฟุตบอลในประเทศเกิดความยั่งยืน ดังนั้นการจะใช้เงิน 1,700 ล้านบาทจึงต้องทบทวนให้เกิดความละเอียดมากขึ้น” นายภราดร กล่าว
นายกฯ อนุทิน ลั่น ‘Best Effort’ พยายามให้ดีที่สุด หาช่องซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เพราะค่าลิขสิทธิ์แพงว่า รัฐบาลประสานงานอย่างสุดความสามารถและได้พยายามหาหนทางและช่องทางทุกอย่าง
เมื่อถามถึงการนำงบประมาณที่จะไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาดูแลฟุตบอลไทยแทนตรงนี้นายกฯมองอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้ใช้เงินของแผ่นดิน หรือกรอบงบประมาณ แต่รัฐบาลประสานงานให้ผู้ที่แสดงเจตจำนงค์ที่จะทำให้มันเกิดขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง เมื่อถามย้ำว่าคนไทยยังมีโอกาสได้รับชมฟุตบอลโลกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “Best Effort” (จะพยายามให้ดีที่สุด)
เมื่อถามอีกว่าเห็นตัวเลข 1,700 ล้านบาท มองอย่างไร นายกฯ กล่าว ไม่ได้มองตรงนั้น เป็นผู้ประสานงาน



