รัฐบาล เผย “ไทยช่วยไทยพลัส” ลดค่าครองชีพ ประคองกำลังซื้อ

Date:

รัชดา

วันที่ 29 พ.ค. 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน ต่อมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นไปในทิศทางบวก สะท้อนว่าทุกภาคส่วนเห็นพ้องกับแนวทางการประคองค่าครองชีพและรักษากำลังซื้อ ในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายร้อยละ 60 และประชาชนร่วมจ่ายร้อยละ 40 จะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้มากกว่าโครงการคนละครึ่งในอดีต และมีส่วนกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง โดยคาดว่าจะช่วยหนุนจีดีพีได้ราวร้อยละ 0.2–0.3 และอาจสูงถึงร้อยละ 0.5 หากดำเนินการได้มีประสิทธิภาพ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า มาตรการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเติมเงินใช้จ่ายระยะสั้น แต่ช่วยให้เม็ดเงินหมุนลงสู่ร้านค้ารายย่อย ตลาดสด ภาคบริการ ธุรกิจเดลิเวอรี และเอสเอ็มอีในภาคการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นตามกำลังซื้อของประชาชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจจากมาตรการที่ออกไปแล้ว เพราะระดับกำลังซื้อของประชาชนจะส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคการผลิต การค้า การจ้างงาน และรายได้ของประชาชนในระบบเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเห็นตรงกับข้อสังเกตของภาคเอกชนว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องขับเคลื่อนเครื่องยนต์ด้านอื่นควบคู่กันไป โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวคุณภาพ และการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้เดินหน้ามาตรการสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนอนุมัติอนุญาต ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งเสริมการลงทุนใหม่ผ่านบีโอไอ และเร่งรัดการเบิกจ่ายโครงการลงทุนของภาครัฐ เพื่อให้เม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเฉพาะการเร่งรัดโครงการที่ได้รับการส่งเสริมตามมาตรการ Thailand FastPass ของสำนักงาน BOI  ให้เกิดการลงทุนเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วทั้งสิ้น 25 โครงการ มูลค่ารวม 223,216 ล้านบาท และล่าสุด เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ได้มีการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน 

(MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และ เวียตเจ็ท (VIETJET GROUP) (Memorandum of Understanding on the Collaboration for the Development of MRO Center at U-Tapao International Airport)

“มาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยประคองกำลังซื้อ ส่วนมาตรการลงทุนจะสร้างงาน รายได้ และขีดความสามารถใหม่ของประเทศ รัฐบาลจะเดินทั้งสองด้านพร้อมกัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งต่อเนื่อง ประชาชนมีงานทำ มีกำลังซื้อ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีได้ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกยังมีความท้าทาย” น.ส.รัชดากล่าว

‘ไทยช่วยไทย พลัส’  กระแสตอบรับแรงต่อเนื่อง ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 26.2 ล้านราย ร้านค้าพร้อมใช้ทะลุ 6.5 แสนรายทั่วประเทศ

วันที่ 29 พฤษภาคม นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากทั้งประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ภายหลังเปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 26,207,092 ราย และลงทะเบียนสำเร็จได้รับสิทธิแล้ว 25,480,764 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 18,840,065 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ขณะที่เป็นผู้ลงทะเบียนรายใหม่จำนวน 6,640,699 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการเข้าถึงสิทธิของประชาชนกลุ่มใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกฯ กล่าวว่า หากจำแนกตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มอายุ 31–45 ปี เป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนสำเร็จมากที่สุด จำนวนกว่า 8.2 ล้านราย รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 46–60 ปี จำนวน 7.2 ล้านราย และกลุ่มอายุ 21–30 ปี จำนวน 4.7 ล้านราย ขณะที่เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า ผู้หญิงลงทะเบียนสำเร็จจำนวน 14.3 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 56 และผู้ชายจำนวน 11.2 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 44

ในส่วนของร้านค้า ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 1,029,161 ราย โดยผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,025,038 ราย และมีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้วกว่า 652,980 ราย

ทั้งนี้ ร้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นกลุ่มกิจการที่เข้าร่วมมากที่สุด จำนวน 581,210 ราย รองลงมา ได้แก่ ร้านค้าทั่วไปและอื่น ๆ 270,732 ราย ร้านธงฟ้า 160,611 ราย ร้าน OTOP 10,571 ราย รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะและขนส่งมวลชนสาธารณะอีกกว่า 1,900 ราย

สำหรับการกระจายตัวในระดับภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด จำนวน 199,900 ราย คิดเป็นร้อยละ 19 รองลงมา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 153,581 ราย ภาคใต้ 150,333 ราย ภาคกลาง 132,881 ราย และภาคตะวันออก 108,124 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่น และธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ

“ตัวเลขการลงทะเบียนทั้งในส่วนประชาชนและร้านค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นต่อมาตรการของรัฐบาล และแสดงให้เห็นว่าประชาชนและผู้ประกอบการพร้อมเข้าร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม” รองโฆษกฯ กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’