
วันที่ 10 มิ.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในวันที่ 11 มิ.ย. เพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐครั้งใหม่ หลังจากเสียงวิจารณ์เกณฑ์การใช้ชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษีและอาจถูกตัดสิทธิ์ ว่า คณะกรรมการประชารัฐฯ จะประชุมวันที่ 11 มิ.ย.ช่วงบ่าย โดยจะพิจารณาเพียงเรื่องเดียวคือ การทบทวนเกณฑ์นำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี เนื่องจากที่ผ่านมาคณะกรรมการได้รับข้อเสนอและข้อร้องเรียนในช่วง 4-5 ปี ของผู้ถือบัตรสวัสดิการ 13.2 ล้านคน ซึ่งมีทั้งผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงด้วย ดังนั้นเกณฑ์ที่นำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ก็ต้องนำกลับมาพิจารณาในเรื่องของภาษีที่พ่อแม่เดือดร้อน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ฉะนั้นขอเน้นย้ำว่าหัวใจของเรื่องนี้คือต้องการช่วยผู้ที่เดือดร้อนจริง ซึ่งระบบสวัสดิการของรัฐมีหลายประเภท และจุดประสงค์ของการออกบัตรสวัสดิการ ที่ได้รับเดือนละ 300 บาทสำหรับซื้อสินค้าและผู้ที่เดือดร้อนจริง ดังนั้นจึงเปิดรับใหม่ โดยประสานกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ไปสำรวจเพราะยังมีอีกจำนวนมากที่น่าเห็นใจและไม่ได้สิทธิ์ และเรียกร้องว่าใน 13.2 ล้านคน มีผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงแต่กลับได้รับสิทธิสวัสดิการ จึงเป็นที่มาต้องคัดกรองให้ละเอียด
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า เมื่อเกณฑ์ที่กำหนดทำให้เกิดข้อกังวลฉะนั้นต้องกลับมาพิจารณา เช่น เรื่องสิทธิลดหย่อนภาษีที่ได้รับฟังจากสังคมมาก็รู้สึกเห็นใจพ่อแม่ที่ลูกเอาชื่อไปลดหย่อน แม้จะเป็นสิทธิของลูกแต่ก็น่าเป็นห่วงพ่อแม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทบทวนเรื่อง หนี้สินเกิน 1 แสนบาทและการครอบครองที่ดินเกิน 10 ไร่ ด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เกณฑ์ดังกล่าวกำหนดตั้งแต่รอบผู้มีสิทธิ 13.2 ล้านคนครั้งก่อนแล้ว ซึ่งกรณีที่ดินเป็นเกณฑ์เดิม ส่วนการปรับเกณฑ์เรื่องภาษี จะครอบคลุมยืดไปถึงครั้งหน้าด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นการบอกรายละเอียดของลูกที่มาใช้สิทธิตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งไม่รู้เกณฑ์ของบัตรสวัสดิการฯ ที่จะออกมาใหม่ ฉะนั้นเราถึงต้องนำมาพิจารณา
เมื่อถามว่า จะยกเลิกเกณฑ์เรื่องเอาชื่อลดหย่อนภาษี เพียงปีภาษีเดียวใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า บัตรสวัสดิการฯ ส่วนใหญ่ 5 ปีจะทำที พร้อมย้ำว่าเราไม่ได้ทำทุกปี เพราะปรับเกณฑ์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2565 เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ใช้เกณฑ์เรื่องภาษีระยะยาวเลยใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็ต้องมาทบทวนเพราะมีข้อมูลมากขึ้น
เมื่อถามกรณีที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องการให้ทบทวนหลักเกณฑ์นำร้านค้าขนาดใหญ่เข้าร่วมรายการหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า จะรับไว้พิจารณา



