
เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 18 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงคราม ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร ว่า รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวนตลอดเวลา จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าเมื่อสงครามยุติลง ภาพบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง ในส่วนแหล่งผลิตใหญ่ถูกทำลายไปเยอะ แต่คิดว่า ในภาพรวมบรรยากาศทางเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น แต่ผลกระทบเชิงพื้นฐานต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า สำหรับผลกระทบราคาน้ำมันก็อาจปรับลงในระยะสั้น แต่อาจไม่ลงไปเยอะเท่าเหมือนเดิม เพราะโครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลายไปเยอะ กว่าจะฟื้นมาได้คงใช้เวลา 2-3 ปี เพราะฉะนั้นในเชิงเศรษฐกิจต้องจับตาอย่างใกล้ชิด



