
เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 19 มิ.ย. 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเตรียมประเมิน KPI รัฐมนตรีในการทำงาน 1 ปี โดยนายกฯรียกล่าวทันทีว่า เดามาจากในเครื่องแล้วว่าจะต้องถามคำถามนี้ ก่อนนายกฯกล่าวอีกว่า “รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารประเทศ ฉะนั้นจะต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานการทำงานของเขาอยู่แล้ว ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ผมดูแลอยู่ก็เป็นไปตามข่าว ทุกคนต้องทำงานทุ่มเททุกอย่างให้กับรัฐบาล ประเทศและประชาชน ตรงนี้ไม่ต้องวัด KPI เพราะมีแต่ API หรือ อนุทิน PI ”
เมื่อถามว่า มีกระทรวงใดที่จะต้องเจาะจงหรือไม่ โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนดูภาพรวมและเจาะเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นปกติในการทำงานให้กับประเทศ ที่จะต้องมีการตื่นตัวตลอดเวลา คนเก่งจะไม่ตื่นตัว หรือติดลมบนแล้วก็ต้องปรับปรุง
เมื่อถามว่าที่วางเกณฑ์การประเมินผลไว้ 1 ปีจะมีระยะเวลาเร็วกว่านั้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้วางอะไรและไม่มีกำหนดเวลา เพราะหากทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองเมื่อไหร่ ก็จะต้องพิจารณาแก้ไขในทันที
เมื่อถามย้ำว่าได้มีการวางไว้หรือไม่ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังไม่คิด ซึ่งรัฐมนตรีทุกท่านยังทำงานกันได้ด้วยดีอยู่ ยังทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ บางคนอ่อนประชาสัมพันธ์ ก็มีการเชิญมาให้เร่งแจ้งผลงานที่ได้ทำ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
เมื่อถามว่าอย่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้มีกระแสเชิงลบกับกระทรวง นายอนุทิน กล่าวว่า นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คุยกันเป็นประจำ คุยกันทุกวัน ปรึกษาหารือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แต่ตอนนี้กระทรวงดีอี เจอกระแสหนักกับโครงการ TH- AI Passport นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยสนใจกระแส แต่สนใจแต่ความจริงและสิ่งที่เป็นประโยชน์ และให้ความมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และศักยภาพของประชาชนทั่วไป นักศึกษา ที่จะยกระดับเทคโนโลยีการสื่อสารระดับสูง
เมื่อถามว่าจะมีการวัด KPI ในส่วนของรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไปยุ่งกับเขาได้อย่างไร แต่ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ต้องแจ้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะมีกฎกติกามารยาทอยู่ หากมีความเสียหายก็ต้องแจ้ง แต่การตัดสินใจอยู่ที่ตน



