
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดึงอำนาจการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมกลับมาดูแลเองว่า เป็นโหมดๆไป ตอนนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านพ้นตรงนั้นไปแล้ว ตอนนี้คือการเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อนำเม็ดเงินเข้ามาในประเทศมากที่สุด และใช้ประเทศไทยเป็นทางการผลิตโดยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ยังขาดเพียงเรื่องรถไฟความเร็วสูง แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะเรามีทางเลือกอีกหลายทางเลือก ด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ เพราะมีทั้งสนามบินท่าเรือ นอกจากแหลมฉบังก็ยังมีการจะขยายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีการขนส่งทั้งทางบกทางอากาศ ที่ค่อนข้างจะความสมบูรณ์ ทึ่เชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่
“ตอนนี้ผ่านจากช่วงโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องของการทำการตลาด ไม่มีอะไรต้องกังวลเพราะนายพิพัฒน์ต้องการจะนำโครงการกลับมาคืนผมทุกวัน และมีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งตอนแรกจะมอบให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นผู้ดูแล แต่ช่วงนี้ผมเดินทางบ่อย มีการพบกับภาคเอกชนมากมายทั้งในและต่างประเทศ จึงนำกลับมาดูเพื่อที่จะขับเคลื่อนให้เร็วมากขึ้น“ นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่าไม่มีความขัดแย้งกันภายในใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งภายในและยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟฟ้าสามสนามบิน อย่านำไปผูกเรื่อง เพราะเป็นคนละเรื่องกัน โครงการเชื่อมรถไฟสามสนามบิน เราต้องดูสัญญาและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ถ้าจะไปแก้สัญญาขอเรียนตรงๆแก้ไม่ง่าย ถ้าแก้ได้อีกหน่อยคนที่ทำสัญญากับภาครัฐ ถ้าประสบปัญหาประสบเรื่องการส่งมอบพื้นที่ ความล่าช้าของงาน วิกฤตจากสถานการณ์โลก หรือสถานการณ์น้ำมันดิบ จะขอแก้สัญญา รัฐบาลจะเอาตังค์ที่ไหนมาให้ มันทำไม่ได้ อะไรที่กำหนดไว้ในสัญญาก็ต้องปฏิบัติตามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำว่าแก้ไขสัญญาไม่ว่าจะเป็นโครงการรัฐใดๆก็ตามไม่จบที่คำว่าแก้ไขสัญญา จะต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มาประมูลแล้วไม่ชนะ ถ้าเขารู้ว่าแก้สัญญาได้ เขาก็จะใส่อีกราคาหนึ่งซึ่งมันไม่จบ ฉะนั้นดีที่สุดคือต้องเดินตามสัญญา ว่าทำสัญญาหรือขณะลงนาม รับทราบเงื่อนไขต่างๆ ที่อยู่ในสัญญา

นายกฯ อนุทิน บอก “โลกคือละครฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร” หลังถูกถามย้ายผู้ว่าฯภูเก็ต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการโยกย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง อาศัยจังหวะสถานการณ์เพื่อวางคนของระบอบสีน้ำเงิน โดยนายกฯ ทวนคำถามผู้สื่อข่าวว่า “ละครฉากหนึ่ง“ ก่อนกล่าวอีกว่า โลกคือละครฉากสุดท้ายต้องตายทุกตัวละคร
เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนกรณีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาที่คนในพื้นที่เสียดาย เพราะได้วางระบบการป้องกันน้ำท่วม แต่เมื่อใกล้จะถึงฤดูน้ำท่วม กลับถูกย้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง เราไม่ผูกติดกับตัวบุคคลนี่คือการบริหารราชการแผ่นดินบริหารประเทศ ใครมาใครไปสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือประชาชน และประเทศต้องได้ประโยชน์ เรามีการพิจารณาไตร่ตรองตามลำดับขั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบสนองนโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ใครทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ถ้ายังไม่ผิดกฎหมาย ตัวท่านเองก็ยังทรงสิทธิ์ไว้ในการพิจารณาโยกย้ายไปในตำแหน่งที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม
เมื่อถามว่า กรณีที่มีการมองว่าการย้ายนายธีระพงศ์ ช่วยชู อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กลับไปจังหวัดบ้านเกิด เป็นการอวยยศมากกว่าการลงโทษ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไปถามดูว่าอวยหรือเปล่า พร้อมยืนยันว่า “ไม่มี นึกภาพออกไหมครับ“
นายกฯ อนุทิน แจงเรื่อง จนท. หลัง ‘ดีเอสไอ’ จ่อแถลงขบวนการ Forex เอี่ยวนักการเมือง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมแถลงข่าวการดำเนินคดีเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน Forex โดยจะเปิดเผยข้อมูลบุคคลในแวดวงการเมืองและบันเทิงในวันเดียวกันนี้ โดยนายกฯ ร้องโอ๊ย นี่มันเรื่องของ ระดับดีเอสไอ นายกฯจะไปทำอะไรทุกเรื่อง เดี๋ยวก็โดนผูกเป็นเรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกัน เรื่องการทำที่ผิดกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน่วยงานป้องกันและปราบปราม นายกฯจะไปจับผู้ร้ายแบบนั้นไม่ได้

นายกฯ อนุทิน บอกคนไทยในมอสโกปลอดภัยพร้อมดูแล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Russia Commemorative Summit) เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมีเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยให้การต้อนรับ โดยนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีโดรนยูเครนโจมตีกรุงมอสโก ประเทศรัสเซียระหว่างอยู่ที่ประเทศรัสเซียมีการแจ้งการข่าวให้ทราบหรือไม่ว่า เขาไม่ได้เป็นลักษณะการข่าว เขาแจ้งให้ระมัดระวังเช่นอย่าไปเดินเพ่นพ่านและอาจมีข่าวโจมตีเช่นนี้จากคู่กรณีของเขา ก็ขอให้รับรู้รับทราบ เราก็เพิ่มความระมัดระวัง
เมื่อถามว่าเมื่อรับทราบข่าวรู้สึกตกใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยปลื่มกับสถานการณ์รุนแรงอยู่แล้ว และไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น เมื่อถามว่าได้ตรวจสอบความเป็นอยู่ของคนไทยที่กรุงมอสโกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนปลอดภัยและได้กำชับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงมอสโกให้อำนวยความสะดวกและดูแลคนไทยให้เต็มที่ ตรงนี้หากมีความจำเป็นเร่งด่วน ตนหารือกับเอกอักครราชทูตไทยที่กรุงมอสโกอยู่แล้ว ท่านมีความพร้อมแผนเผชิญเหตุก็มี



