
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรจะไม่ยอมให้ประเทศไทยไปทางผ่านขนยาเสพติดออกไปขายในต่างประเทศ โดยจะต้องมีการปรับตรวจขาออก เดิมที่ไทยไม่มีการความเข้มงวดทั้งสินค้า และผู้เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ผิด ทั่วโลกก็ปฏิบัติเช่นกัน ที่จะตรวจเฉพาะสินค้า และบุคคลเข้าประเทศเป็นหลัก
ในส่วนของประเทศไทย มีความโชคร้าย ที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด แต่อยู่ติดกับประเทศที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดของโลกแห่งแห่ง และใช้ระบบการขนส่งของไทยในการขนยาเสพติด เป็นเรื่องกรมศุลกากรต้องมาเข้มงวดการขนสินค้าออกนอกประเทศ โดยพิจารณาใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์ หรือ สุนัข K9 มาตรวจสินค้าขาออกก่อนโหลดขึ้นเครื่องหรือไม่ จากเมื่อก่อนที่มองว่าอาจจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องกลับมาทบทวนความเหมาะสม
สำหรับการตรวจสอบสินค้าขาออก ต้องยอมรับว่า สินค้าส่งออก 35 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ และผู้เดินทางเข้าออก 85 ล้านคน กรมศุลกากรตรวจครบทั้ง 100% ไม่ได้ ต้องสุ่มตรวจโดยใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่มาทำวิเคราะห์ ความเสี่ยงสินค้า และบุคคลที่เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมากรมศุลกากรมีการจับการลักลอบยาเสพติดที่นำเข้าประเทศ และนำออกไปนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ตามที่นายกฯ รัฐมนตรี
ที่ผ่านมาในประเทศ 9 เดือน กรมศุลกากรจับยาเสพติดได้มากกว่า 1,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 700-800 ล้านบาท เป็นคดีกว่า 100 คดี มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานยาเสพติดทั้งหมด
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ปัจจุบันกรมศุลกากรมีปัญเรื่องงบประมาณ ในการซ่อมบำรุงเครื่องเอ็กซเรย์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง 2 เครื่อง ที่ใช้มาเกือบ 20 ปี ไม่มีอะไหล่สำรองแล้ว ต้องทำการซื้อเปลี่ยนเครื่องใหม่
สำหรับเครื่องเอ็กซเรย์ในอาคารผู้โดยสาร ทางนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ การท่าอากาศยานไทย หรือ (ทอท.) ไปหาเครื่องเอ็กซเรย์ในช่วยสนับสนุนให้กรมศุลกากร ทั้งในส่วนของการตรวจคน และสินค้าส่งออกจากคลังสินค้า
“ปัญหาเรื่องการขนยาเสพติดออกนอกประเทศ จะทำให้เป็นศูนย์เลยคงเป็นไปไม่ได้ ประเทศที่เข้มงวดมากที่สุดอย่างออสเตรเลีย ก็ยังมีการลักลอบนำเข้าได้ ในส่วนของไทยก็ต้องทำให้มีน้อยที่สุด หรือแทบที่จะเป็นไปไม่ได้ ทำให้ผู้คิดกระทำผิดเกิดความยุ่งยาก ให้แก๊งยาเสพติดข้ามชาติไม่ให้ดำเนินการในประเทศไทยได้” นายพันธ์ทอง กล่าว
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ต้องรักษาสมดุลการตรวจสินค้า กับการบริการอำนายความสะดวก และการส่งออกนำเข้าสินค้า ที่เป็นความท้าท้ายของศุลกากรทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่ผู้ค้ายาก็รู้ว่าไทยพึ่งพาการท่องเที่ยว และการส่งออกเป็นหลัก ต้องรักษาสมดุลแยกคนออกดีกับไม่ดีออกจากกัน แยกตู้สินค้าที่ถูกต้องกับเสี่ยงทำความผิด โดยใช้ฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด



