นายกฯ อนุทิน ลั่นซีพีเลิกสัญญารถไฟ 3 สนามบิน ไม่ได้

Date:

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 10 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมเดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏข่าวว่าบริษัทในเครือซีพี ยื่นหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท. ) ขอสิ้นสุดสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ว่า เห็นว่าล่าสุดบริษัทแถลงแล้วเรื่องของสัญญาว่าจะรักษาสถานะของเขา แต่ในส่วนของนโยบายที่รัฐบาลต้องยึดถือคือต้องเป็นไปตามสัญญาและข้อตกลง รวมถึงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงข้อผูกพันที่คู่สัญญามีต่อกัน ซึ่งในกรณีนี้คู่สัญญาคือรฟท.กับเอกชนที่รับดำเนินการโครงการดังกล่าว

เมื่อถามว่า รถไฟไฮสปีดยังมีความจำเป็นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าปรับก็ต้องมีการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา ซึ่งตนก็ยังมองไม่ออกว่าคนที่ทำสัญญากับภาครัฐจะปรับเปลี่ยนสัญญาได้อย่างไร เพราะก่อนที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญากับรัฐจะต้องรับสภาพและเงื่อนไขทุกอย่างว่าต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น เพราะถ้าเปลี่ยนได้ก็คงต้องเปลี่ยนทุกสัญญา ส่วนตัวยังมองไม่เห็นว่าจะทำอย่างไร ซึ่งยืนยันว่าจะต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก

เมื่อถามว่า หากกลุ่มซีพียกเลิกไม่ได้หมายความว่าจะยุติไปโดยอัตโนมัติใช่หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ขอยกเลิกไม่ได้ ให้ไปดูสัญญาภาครัฐทุกหน่วยงานอย่าไปเจาะจงเฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งสัญญาภาครัฐไม่ได้เขียนเงื่อนไขการเลิกสัญญาไว้เลย แต่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่รัฐขอยกเลิกได้ฝ่ายเดียว

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะยังเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามสัญญา ซึ่งการยกเลิกสัญญาจะต้องได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่าย เพราะการยกเลิกสัญญากับภาครัฐมีผลกระทบตามมาอีกมากมาย รับไหวหรือไม่ ถ้าอยู่ดีๆไม่ทำงาน กลายเป็นผู้ทิ้งงานก็จะยุ่งจะถูกขึ้นบัญชีดำ และหลักประกันต่างๆจะต้องถูกริบหมด สิ่งที่น่ากลัวคือเมื่อรัฐไปทำการประมูลใหม่ หากมูลค่าที่ประมูลใหม่รัฐต้องจ่ายเพิ่ม รัฐก็ต้องไปไล่เบี้ยเก็บกับผู้ที่ยกเลิกสัญญาซึ่งน่าจะวุ่น ฉะนั้นควรทำตามสัญญาดีที่สุด

เมื่อถามว่า วิธีแก้ปัญหาของเรื่องนี้ต้องเรียกเอกชนมาพูดคุย เพื่อให้เดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการต้องเดินไป ถ้าไม่เดินก็ผิดสัญญาก็จะยุ่ง พร้อมย้ำว่า ถ้าโครงการจะไม่เดินหน้าคือรัฐเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญา ทั้งนี้ สัญญามีการระบุเป็นช่วงๆ และมีการระบุว่าต้องทำเสร็จแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้ายังทำไม่ถึงก็มีช่องว่าเป็นการละเมิดสัญญา รัฐก็สามารถที่จะบอกเลิกสัญญาได้ โอกาสที่เอกชนจะบอกยกเลิกรัฐได้ตนยังหาช่องไม่เจอเลย ฉะนั้น ใครทำงานกับรัฐหากเกิดความเสียหายอาจโดนปรับแรงๆ ทำไม่เสร็จ ผู้รับเหมาหาของไม่ได้ ต้องยกเลิกสัญญากับภาครัฐ แบบนี้เราก็จะเจอแต่โครงการที่มีแต่ตออยู่ทั่วประเทศ ทั้งนี้ผู้ที่จะเข้ามาทำสัญญากับภาครัฐหรือรัฐบาลไทยต้องรับสภาพว่าเงื่อนไขทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และปฏิบัติได้ หากปฏิบัติไม่ได้ก็จะถูกขึ้นบัญชีดำ กลายเป็นผู้ทิ้งงานห้ามประมูลงานต่อไปอีก 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ล่าสุดนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กำลังร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้างแก้ผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งจะทำให้การจัดการกับผู้ที่ทำสัญญากับภาครัฐ และไม่ปฏิบัติตามสัญญาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“สฤษดิ์” ย้ำ ซีพีไม่ได้ต้องการยกเลิกสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน แต่ต้องการหาทางออกร่วมกัน

จากกระแสข่าวที่มีการนำเสนอในลักษณะว่า “ซีพีขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” จนอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเอกชนเป็นฝ่ายไม่ต้องการเดินหน้าโครงการนั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่เช่นนั้น

นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มซีพีมีความตั้งใจและยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันโครงการนี้มาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

ประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคของโครงการ ไม่ใช่ความต้องการยกเลิกสัญญาของภาคเอกชน แต่คือข้อจำกัดหลายประการ ที่ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ อาทิเช่น ในการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า  ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุนของโครงการ

ที่ผ่านมา ภาคเอกชนได้พยายามหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งมอบพื้นที่ แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อเท็จจริงในพื้นที่

หลายพื้นที่แม้จะได้รับการส่งมอบแล้ว แต่กลับพบข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้จริง เช่น ข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับลำรางสาธารณะและสภาพพื้นที่ ซึ่งต้องอาศัยการพิจารณาและการแก้ไขในระดับนโยบายของหลายหน่วยงาน ปัญหาที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนานในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถดำเนินการได้เอง

นายสฤษดิ์กล่าวว่า ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษการรถไฟฯ หรือหน่วยงานใด เพราะทุกฝ่ายต่างต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อ แต่เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานจริง จึงพบข้อจำกัดที่แตกต่างจากข้อมูลที่มีในช่วงจัดทำโครงการและการประกวดราคา (TOR) ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออก

นอกจากนี้ การส่งมอบพื้นที่ที่ล่าช้า ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาแหล่งเงินทุน (Project Finance) เนื่องจากสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับความพร้อมของพื้นที่ก่อสร้างและความสามารถในการดำเนินโครงการตามแผน หากพื้นที่ยังไม่พร้อม ย่อมกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงและการระดมทุนของโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกปัจจัยหนึ่งที่มีข้อเท็จจริงแตกต่างไปจาก TOR และช่วงเริ่มต้นโครงการ คือ สมมติฐานด้านปริมาณผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเดิมคาดการณ์การเติบโตในระดับสูง แต่ข้อมูลในปัจจุบันปรากฎว่า เมื่อมีการขยายขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ประมาณการผู้โดยสารของอู่ตะเภาต่ำลงไป ส่งผลต่อแบบจำลองทางการเงินของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ทุกฝ่ายทราบและร่วมกันพิจารณามาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อให้โครงการยังคงเน้นประโยชน์ต่อประชาชนและมีความยั่งยืนในระยะยาว

นายสฤษดิ์ยืนยันว่า แนวทางของภาคเอกชนไม่ใช่การยกเลิกสัญญา แต่คือการพยายามร่วมกับภาครัฐเพื่อแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะเชื่อว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากในที่สุดพบว่าข้อจำกัดทางกฎหมายหรือข้อจำกัดด้านการส่งมอบพื้นที่และข้อจำกัดอื่นๆ ไม่สามารถแก้ไขได้จริง จนไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้ การพิจารณาทางเลือกตามกระบวนการของสัญญาก็อาจเป็นทางออกซึ่งทุกฝ่ายจะต้องหารือร่วมกันในอนาคต แต่ยืนยันว่าทางเลือกในการใช้สิทธิ์ในการเลิกสัญญาไม่ใช่เป้าหมายหลักที่ภาคเอกชนต้องการให้เกิดขึ้น

“สิ่งที่เราพยายามมาตลอด คือการร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่การหาทางยุติโครงการ หากทุกฝ่ายสามารถแก้ไขข้อจำกัดที่เกิดขึ้นได้ โครงการก็ยังสามารถเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไปได้” นายสฤษดิ์กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่อุดรฯ ยกระดับ ‘ข้าวประณีต’

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่อุดรฯ ยกระดับ ‘ข้าวประณีต’ ดูแลครบวงจรตั้งแต่พันธุ์ข้าวถึงตลาด หนุนเครื่องมือ–เชื่อมตลาดล่วงหน้า เพิ่มรายได้เกษตรกร

Low Calorie Lifestyle โอกาสสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไทย

Krungthai COMPASS ประเมิน Low Calorie Lifestyle โอกาสสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไทย

การปรับปรุงดัชนี MPI นัยยะต่อเศรษฐกิจไทย

Krungthai COMPASS ประเมิน การปรับปรุงดัชนี MPI นัยยะต่อเศรษฐกิจไทย

กรุงไทยผนึก ส.อ.ท. หนุน SMEs เข้าถึงทุน เติบโตอย่างยั่งยืน

กรุงไทยผนึก ส.อ.ท. ลงนามโครงการ “FTI SME Funding Connect” หนุน SMEs เข้าถึงทุน เติบโตอย่างยั่งยืน