‘ยศชนัน’ ไฟเขียวเบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท ตั้งแต่ 0-6 ขวบ

Date:

วันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงและภาคประชาสังคมเข้าร่วม เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทยในทุกมิติ  

นายยศชนัน ได้กล่าวระหว่างการประชุมว่า ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะการเกิดที่น้อยลง ดังนั้นเป้าหมายที่สำคัญคือการทำให้เด็กและเยาวชนที่เกิดมามีคุณภาพและผลิตภาพ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาจึงต้องก้าวให้ทัน 

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องมีความครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพทั้งกายและใจ ทักษะชีวิต และทักษะด้านอาชีพในอนาคต ผ่านการจัดสวัสดิการและการให้บริการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมนอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่าความสำคัญของการพัฒนาต้องเริ่มจาก การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้สะท้อนความต้องการ หรืออุปสรรคที่กระทบต่อการใช้ชีวิตโดยมีผู้ใหญ่คอยหนุนเสริม ผลักดันความต้องการ และขจัดปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นให้เด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้สำหรับวาระสำคัญที่ประชุมมีมติเห็นชอบ คือการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น  

อีกหนึ่งมติ คือการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” โดยที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นการใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง และสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform) 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568 – 2574) ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 2. การพัฒนาสุขภาวะจิตและสุขภาวะที่ดี 3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน 4. การรับประกันการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย 5. การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 6. การป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน 

พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมในกลไกของกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ จับมือ JETRO-JCC ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น

‘ศุภจี’ จับมือ JETRO-JCC ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น ดัน Co-Creation สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เชื่อม SMEs ไทยสู่ห่วงโซ่การค้าโลก

รัฐบาล เดินหน้าปรับ TCAS เพิ่มโอกาสเด็กไทยเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรม

รัฐบาล เดินหน้าปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสเด็กไทยเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรม พร้อมพัฒนาทักษะรับโลกยุค AI

ปตท.สผ. แสดงนวัตกรรม นเวทีพลังงานระดับโลก “ADIPEC 2026”

ปตท.สผ. แสดงนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเวทีพลังงานระดับโลก “ADIPEC 2026”

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ ‘BBB+’

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ ‘BBB+’ และมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับ ‘มีเสถียรภาพ’ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด