
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางรัฐบาลจีนได้ให้เกียรติคณะของรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก โดยมีการพูดคุยย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ทางจีนยืนยันที่จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนและร่วมมือกับประเทศไทยในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการร่วมกันฝึกอบรมบุคลากร
ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญในการหารือคือเรื่องความสัมพันธ์และปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอตัวเป็นผู้อำนวยความสะดวก เพื่อให้ทั้งสองประเทศรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีและแสวงหาทางออกร่วมกัน ขณะที่ไทยได้เน้นย้ำจุดยืนของไทยว่า ประเทศไทยไม่ได้แสวงหาความขัดแย้ง แต่มีความจำเป็นที่ต้องปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาบนโต๊ะเจรจาเกี่ยวกับกรณีการส่งยุทธภัณฑ์ โดยเฉพาะรถถังจากจีนไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งทางการจีนชี้แจงว่าเข้าใจถึงความกังวลของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยเป็นอย่างดี แต่คำสั่งซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้วก่อนที่จะมีความขัดแย้งหรือการสู้รบ ซึ่งในช่วงที่มีการสู้รบ จีนทราบถึงความอ่อนไหวจึงได้ชะลอการส่งมอบไว้ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องปฏิบัติตามสัญญา อย่างไรก็ตาม จีนให้ความมั่นใจว่าในเงื่อนไขที่มีต่อกันนั้น ได้มีการตกลงกันว่าจะไม่มีการนำยุทธภัณฑ์เหล่านี้มาก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งเดิมประเทศไทยจะต้องเป็นประธานร่วมในการจัดประชุม แต่เพื่อป้องกันความไม่สะดวกใจในการเข้าร่วมของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกัมพูชาหากต้องเดินทางมายังประเทศไทย ทางประเทศจีนจึงได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแทน เพื่อให้การดำเนินงานสามารถเดินหน้าต่อไปได้
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในโอกาสนี้ ได้ขอบคุณทางการจีนที่ถวายการต้อนรับองค์พระประมุขของไทยเป็นอย่างดียิ่ง พร้อมทั้งได้นำข้อความพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบทูลเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยา เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในระดับ State Visit ซึ่งประธานาธิบดีจีนได้รับปากว่าหากกำหนดการของทั้งสองฝ่ายมีความสะดวกเมื่อใด ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำกราบบังคมทูลเชิญดังกล่าว



