ชงคลังปรับเกณฑ์บัตรคนจนใหม่อีกรอบ

Date:

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมแถลงข่าวการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย

โดยนายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมต้องกราบขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์ระเบียบต่างๆ นั้นออกมาเพื่อต้องการจะคัดกรองให้ผู้ที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือไปถึงบุคคลเหล่านั้นให้มากที่สุด แต่เมื่อพบปัญหาว่า มีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวก กระทรวงคมนาคม โดยกรมขนส่งทางบกมีความพยายามเต็มที่ โดยได้เปิดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในประเด็นที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ ทั้งนี้ ในเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีเกณฑ์อยู่ 1 ข้อที่ระบุว่า ผู้รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อนี้ ดังนี้ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.รถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเหล็กรับจ้าง และ4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร มีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน โดยเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มีรถยนต์ลักษณะนี้ ทั้งที่เป็นรถเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว มีรถที่สูญหาย มีรถสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตีทะเบียนออกจากระบบ ขายไปแล้วมีการโอนลอยแต่ยังไม่มีการจดโอนกรรมสิทธิ์ และมีการนำชื่อไปสวมสิทธิ์ในการซื้อรถของคนอื่น 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวนแล้ว ซึ่งนายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยหลักเกณฑ์ต่างๆ จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ โดยหลักเกณฑ์ที่มีการเสนอ ครม.นั้น มีการขอปรับเกณฑ์ในการพิจารณารถเก่า ดังนี้ 1.รถยนต์ต้องมีอายุใช้งานเกิน 20 ปี 2.รถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี 3.การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ว่า หากประชาชนมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน มีภาระในการผ่อนอยู่ จะถือว่า ไม่ตกเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนข้อท้วงติงว่า อายุของรถอาจจะไม่ถึง 15 ปี แต่สิ้นสภาพไปแล้ว ขนส่งทั่วประเทศจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบให้กับประชาชน โดยสามารถแจ้งไปที่ขนส่งได้ว่า มีรถที่อายุอาจจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่สิ้นสภาพไปแล้ว รถเก่ามาก สามารถแจ้งที่ขนส่งจังหวัดให้ทำบันทึกรถได้ หรือรถบางคันจอดเอาไว้ ไม่ได้ใช้ ไม่ได้มีการต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งให้ทำบันทึกให้ได้ โดยขนส่งจะส่งข้อมูลเหล่านี้มาช่วยประชาชนในเรื่องของการอุทธรณ์ด้วย หรือรถที่มีการจำหน่ายไปแล้วแต่มีการโอนลอย ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ประชาขนสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งได้ ถ้ามีหลักฐานการขายด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่ถ้าไม่มีสามารถใช้การบันทึกถ้อยคำได้ 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า และ4.กรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ เรื่องนี้สามารถนำเรื่องไปอุทธรณ์กับทางขนส่งได้เช่นเดียวกัน ขนส่งจะทำการบันทึกให้ แต่อย่างไรก็ดี ในการเดินทางไปขนส่งอาจจะไม่สะดวกกับประชาชนทั้งหมด ดังนั้น ขนส่งจึงได้ทำแบบฟอร์มขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้นำแบบฟอร์มนี้ไปอำนวยความสะดวกกับประชาชนในเขตพื้นที่ และส่งกลับมาเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกทำการตรวจสอบข้อมูล ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า ทางกระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิ์ ท่านต้องได้รับสิทธิ์จริงๆ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนกรณีเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้เป็นนักศึกษาที่ถือว่า เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิตในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วน สกร. อาชีวศึกษานอกระบบ หรือนักเรียนนักศึกษาลักษณะอื่นที่มีความยากจนและเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย ขอให้สบายใจได้ ซึ่งบางคนบอกว่า ติดตรงที่เป็นนักเรียนนักศึกษาจะลาออกจากระบบ ขอชี้แจงว่า ไม่มีความจำเป็นต้องลาออก เพราะสุดท้ายแล้ว กระทรวงการคลังจะพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ด้วยเพิ่มเติม 

มหาดไทย เดินหน้าแก้ปัญหาบัตรสวัสดิการฯ ชงข้อมูลให้ ก.คลังแก้ไขก่อนเสนอ ครม. ทบทวนสิทธิ์คนจน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ

ด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากภายหลังการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยอมรับว่าหลักเกณฑ์บางประการอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด 

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียน ได้มีการสำรวจข้อมูลประชาชนเพิ่มเติมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับประชาชนโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่รัฐมีอยู่สะท้อนสภาพความเป็นจริง และช่วยให้ผู้สมควรได้รับสิทธิเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น

นายพลพีร์กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหาในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้ง One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ 

โดยใช้กลไกของนายอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน เก็บข้อมูลมาที่การปกครองอีกครั้งนึง 

นายพลพีร์กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือ กรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน ข้อมูลลักษณะนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายพลพีร์กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังคงสามารถขอรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท และสิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไขของโครงการได้  ขณะเดียวกัน ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อรับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาลได้

นายพลพีร์ กล่าวว่า ทุกๆเสียงสะท้อนของประชาชนเรารับฟัง และไม่ได้มีการปรับลดจำนวนคน ส่วนที่มีการปรับเกณฑ์เนื่องจากเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่ตนอยากสื่อสารคืออยากขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ประกาศเกณฑ์ออกมาอาจไม่ได้เป็นที่พอใจ สำหรับคนที่ไม่เข้าถึงสิทธิ์ และเราไม่ได้กำหนดว่าหากมีคนได้สิทธิ์แล้วจะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนคน ตอนนี้เราเห็นรายละเอียดแล้วว่าเป็นอย่างไร และจะดูไส้ในว่าสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องการนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันไหนนั้น กระทรวงการคลังจะไปประมวลข้อมูลทุกอย่าง และจะทำเรื่องเสนอต่อไป

นายพลพีร์กล่าวว่า ส่วนระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ เดิมกำหนดสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ แต่เตรียมเสนอ ครม. เพื่อขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารและหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ได้อย่างครบถ้วน

ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีการอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังจากสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังได้ประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครองได้เร่งสนับสนุนการดำเนินโครงการของรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้อย่างทั่วถึง

กรมการปกครองจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0309.4/ว 16619 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2569 แจ้งไปยังที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอทั่วประเทศ ให้ร่วมขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยมอบหมายให้ทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการ ดังนี้

1. ประชาสัมพันธ์การประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง แอปพลิเคชัน ทางรัฐ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง

2. จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ระดับอำเภอ” (One Stop Service : OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ธนาคารกรุงไทย และหน่วยงานตรวจสอบสิทธิ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในส่วนของผู้ได้รับสิทธิที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) และ กลุ่มผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติโครงการฯ ที่ประสงค์จะยื่น “ขอทบทวนสิทธิ” สามารถแจ้งทบทวนสิทธิ์ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีบริการ “อำเภอพึ่งได้“ สำหรับผู้ไม่สะดวกจะเดินทางด้วยตัวเอง โดยให้เจ้าหน้าที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปรับเรื่องราวในระดับพื้นที่ เพื่อนัดหมายในการลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์ 

3. ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบข้อร้องเรียน ข้อสงสัย หรือข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโครงการ ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ระดับพื้นที่ ผ่านหอกระจายข่าวเสียงตามสายหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้ทุกท่านได้รับทราบข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลใหม่ เช่น การปรับเกณฑ์พิจารณาหรือระยะเวลาในการทบทวน ที่จะออกประกาศหลังมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ (21 ก.ค.)

นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองและปลัดจังหวัด กำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานของทุกอำเภอเพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิและบริการของภาครัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’