นายกฯ อนุทิน ย้ำฟื้นสัมพันธ์กัมพูชา อยู่บนเงื่อนไขไทยกำหนด

Date:

วันที่ 24 ก.ค. ที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ วังปารุสกวัน ถนนราชดำเนินนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวในการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2569 ถึงเรื่องความมั่นคงและด้านการต่างประเทศว่า เรื่องความมั่นคง ทางตำรวจ ฝ่ายเจ้าพนักงาน ทางการทหาร และเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ ตนไม่เคยต้องกังวลว่าเรื่องนั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จ พวกท่านจัดการได้ดีมีคนเก่ง เราแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความตั้งใจและความเป็นมืออาชีพ จนเดี๋ยวนี้ถ้ามีคดีใหญ่ๆองค์กรอิสระต่างๆยังทำเรื่องมาขอความร่วมมือ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความไว้เนื้อเชื่อใจ ในรัฐบาลของตนได้แสดงให้เห็นอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าถ้ามันคือเรื่องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรื่องประโยชน์ของชาติ ขอให้ท่านได้มั่นใจรัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเห็นประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ในทางการเมือง หรือประโยชน์ในการถือครองอำนาจรัฐเอาไว้เหนือกว่าประโยชน์ของประเทศและประชาชน 

“ผมคิดว่าท่านทั้งหลายที่ทำงานร่วมกับผมคงได้เห็นแนวทางการทำงานของผมอย่างชัดเจน พวกเราทุกคนในห้องนี้ ถ้าไม่อยู่ในสถานะทางการเราก็เรียกพี่ เรียกน้องกันทุกคน  ผมไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในวาระแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ผมบอกให้เชื่อมั่นในดุลพินิจของผม  ผมยึดมั่นในเรื่องของคุณสมบัติที่ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติมาโดยตลอด รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการทุกคน สิ่งที่ผมจะขอความร่วมมือจากทุกท่านคือ ณ ขณะนี้ ถ้าท่านติดตามข่าวสารหรือมีโอกาสร่วมคณะกับผมในการเดินทางไปเยือนนานาประเทศท่านคงได้เห็นถึงสถานะ (positions ) ของประเทศไทยในสายตานานาประเทศ เราไม่ได้ต้องการไปแค่เช็คแฮนด์ ยืนยิ้ม แต่ประเทศไทยได้กลับสู่จอร์เรด้า ซึ่งหมายถึงเมื่อไปที่ไหนจะต้องมีหัวข้อมีความร่วมมือ มีการทำบันทึกข้อตกลง และการลงทุนต่างๆ ทุกท่านจะเห็นว่าประเทศไทยเปิดตัวกับนานาประเทศมากขึ้น เพราะเรามีความพร้อม ซึ่งรัฐบาลในอดีตวางรากฐานที่ดี แม้กระทั่งรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่วางรากฐานในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆมา แต่กว่าจะพร้อมใช้เวลา 7-10 ปี ถือว่ารัฐบาลนี้โชคดีที่ได้มาบริหารประเทศในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกิดความพร้อมมีความชัดเจนจับต้องได้ ทำให้การตัดสินใจต่างๆของมิตรประเทศเกิดขึ้น“นายอนุทิน ระบุ 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน เรายังมีความเข้าไม่เข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา เป็นสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เรามีเกียรติภูมิ มีอธิปไตยของประเทศที่ต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา  ยืนยันว่าทุกครั้งที่ได้พบกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน มีการพูดคุยกันในแนวโน้มที่ดี ทราบถึงความรู้สึกได้ว่าผู้นำของประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ต้องการให้มีสภาพเช่นนี้ แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยืนหยัดในนโยบายว่าเราไม่เคยรุกรานใครก่อน เราเคารพอธิปไตยของผู้อื่น และไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง แต่ถ้าโดนคุกคามถูกเอาเปรียบ ถูกทำร้าย ประเทศไทยก็ต้องตอบโต้ด้วยความเฉียบขาดเด็ดขาด  ดังนั้นในขณะนี้ที่เราได้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด การที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ตนได้แจ้งผู้นำกัมพูชาไปว่าขึ้นอยู่กับท่านแล้ว ประเทศไทยพร้อมที่จะเจรจา แต่เจรจาบนพื้นฐานที่ประเทศไทยได้วางเอาไว้ ส่วนไหนที่เรายอมได้แล้วไม่เกิดผลเสียต่อประเทศก็มาคุยกัน แต่ส่วนไหนที่เป็นการต่อรองกัน เพื่อให้มาพบกันตรงจุดใดจุดหนึ่งแล้วเกิดผลเสียกับประเทศไทย ตรงนี้ก็ต้องขอสงวนสิทธิ์ว่าอย่าเอาเข้ามาในวาระ สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจน 

นายกฯกล่าวอีกว่า ตนได้แจ้งกับที่ประชุมทุกครั้งกับทั้งภาครัฐ และเอกชน หรือหน่วยงานไหนก็ตาม ว่าตนมั่นใจในหน่วยงานความมั่นคงของประเทศไทยที่ได้ปกป้องพิทักษ์ความเป็นเอกราชของประเทศด้วยความเรียบร้อย ไม่มีสิ่งที่น่ากังวลใดๆ การวางแผนสิ่งต่างๆทางการลงทุนขยายกิจการต่างๆ ก็ขอให้ถือว่าเหตุการณ์ในประเทศนี้มีความเป็นปกติมีความปลอดภัย ตนได้เน้นย้ำกับความมั่นคงว่าให้ประชาชนรู้ว่าอธิปไตยของเขามีความปลอดภัย ประเทศของเขาปลอดภัย  ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงก็ให้คำยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งตนในหัวหน้ารัฐบาลก็มีความมั่นใจ ทั้งนี้ ในส่วนของภาคพลเรือนการให้บริการประชาชน ขอให้ฝ่ายปกครองดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้มีการบูรณาการร่วมกัน หัวหน้าส่วนราชการราชต้องเคลียร์ทุกประเด็นให้หมด อย่าไปมองแบบแยกกระทรวงหรือรักษาผลประโยชน์เฉพาะกระทรวง เพราะปัจจุบันเป็นไปไม่ได้แล้ว เหมือนที่ตนเคยบอกว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ของตนไม่ใช่ครม. รัฐบาลผสมภูมิใจไทย เพื่อไทย แต่เป็นครม.ของประเทศไทย ครม.ของทุกคนในการแสวงหาความร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งวันนี้มีความพร้อมทุกด้าน 

นายกฯกล่าวต่อไปว่า ส่วนการเดินหน้าเรื่องการเจรจากับต่างประเทศ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน เพราะเกี่ยวพันกันหมด จึงหนีไม่พ้นที่หัวหน้าคณะเจรจาของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปเจรจา หัวหน้าส่วนราชการทุกท่านต้องติดอาวุธการเจรจาเข้าไปให้พร้อม เมื่อไปถึงถ้าท่านบอกว่าขอกลับไปปรึกษาก่อน ความเสียหายความเสียเปรียบจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ดังนั้น เมื่อท่านได้รับความเห็นชอบจากครม.แล้วในการเจรจา ถือว่าได้รับความเห็นชอบ และไปในนามรัฐบาล แทนที่เราจะได้เปรียบจะทำให้บทสรุปหายไป คู่เจรจาจะจับไต๋เราได้หมด ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ เราจึงต้องบริหารราชการด้วยศักยภาพ ด้วยความร่วมมือบูรณาการอย่างเต็มที่ตราบใดที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ตนจะประชุมจนท่านเบื่อ ตนมีความสุขมากในการพูดคุยเรื่องต่างๆ จะไม่ใช่แค่มาเปิดแล้วมาปิดการประชุม ตนยินดีให้เวลาอย่างเต็มที่เพื่อที่ประเทศจะก้าวหน้าไปได้ เราควรจะประชุมกันสองเดือนครั้งเป็นอย่างต่ำ เพราะถ้าเจอกันทุกเดือนคงไม่ได้มีโอกาสที่จะอำนวยมากขนาดนั้น 

นายกฯ อนุทิน เผย จีนยืนยันอาวุธส่งไปกัมพูชา แค่ซื้อขายเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ให้มาสู้รบกับไทย

วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการครบรอบหนึ่งปีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าไม่มีอะไรที่ควรจะต้องยินดีหรือเฉลิมฉลอง เราเดินหน้ารักษาอธิปไตย ซึ่งวันนี้มีโอกาสได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ที่เดินทางเยือนประเทศไทย ตนได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่จีนส่งไปยังประเทศกัมพูชา ก็เป็นเพียงแค่การซื้อขายในเชิงพาณิชย์สนับสนุนด้านกำลังทหาร แต่ไม่ได้ให้มาสู้รบกับประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ยืนยันสอดคล้องกับนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ให้คำยืนยันกับตน ตอนที่เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ก็ยังคงขอย้ำว่าไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ประชาชนไทยต้องกังวล ไม่ว่าทุกคนจะวางแผนในการใช้ชีวิตหรือดำเนินธุรกิจ จะวางแผนดำเนินการอะไร ก็ให้คิดเหมือนว่าประเทศไทยไม่ได้มีอันตราย หรืออยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง จากการที่ข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ยืนยันสถานการณ์ปกติแล้ว ส่วนการแก้ไขเจรจา การฟื้นฟูความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับการเจรจาหารือ ต้องให้เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคต สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เราเดือดร้อนหรือเสียประโยชน์ใด ๆ 

    เมื่อถามถึงการเยียวยาความเสียหาย อย่างกรณีเจ้าของปั๊มน้ำมัน ที่ถูกจรวด BM-21 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ออกมาเรียกร้องว่ายังไม่ได้รับเงินเยียวยา นายอนุทิน กล่าวว่า มันมีกฎหมายอยู่ ทางรัฐบาลจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งบางทีต้องอาศัยกฎหมายที่ต้องไปใช้กับบริษัทประกันภัย เพราะบางทีบริษัทประกันมีข้อยกเว้น เช่น ไม่รวมในเรื่องของการก่อเหตุจราจล (Riots) หรือ เหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ (Act of Gods) ซึ่งทางบริษัทก็พยายามที่จะตีความ โดยเรามีหน่วยงานในการกำกับดูแล อย่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ต้องไปดำเนินการ ทั้งนี้รัฐบาลต้องทำให้ได้ เพราะถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบในเรื่องของความเสียหาย

นายกฯ อนุทิน ลั่นปมใต้ไม่ยอมให้ใครรังแกเจ้าหน้าที่ 

วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้รับรายงานมาแล้ว รัฐบาลยืนยันว่าแม้เราจะไม่ใช้คำว่าไล่ล่า แต่จะไม่ให้พี่น้องทหารหรือเจ้าหน้าที่ของเราถูกรังแกถึงขั้นเสียชีวิตอย่างนี้เป็นอันขาด ขอพูดเพียงเท่านี้พอ เมื่อถามว่าในพื้นที่นราธิวาส ประกาศใช้กฎอัยการศึก ควบคุมพื้นที่เพื่อไล่ล่าจับกุมผู้ก่อความไม่สงบ นายอนุทิน กล่าวว่า อันนั้นเป็นเรื่องที่ทำในพื้นที่อยู่แล้ว แต่สำหรับแนวทางของตนเรื่องนี้ตนต้องนำความเป็นธรรมกลับมาสู่ครอบครัวของผู้สูญเสีย โดยตนขอไม่ลงในรายละเอียด และขอไม่ให้ถามแล้วว่าจะทำอย่างไร

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’