
วันที่ 28 ก.ค. 2569 ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือข้อราชการกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
นายอนุทิน กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีในภารกิจต่าง ๆ และได้เดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศหลายวาระ ซึ่งผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะภาควิชาการได้ให้ดรรชนีความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยอยู่ในระดับมั่นคง ปลอดภัยในการลงทุน เชื่อถือได้ในทางเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เกิดจากการวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ซึ่งยังให้อันดับไทยในระดับสูงมากแม้โลกกำลังประสบสภาวะเช่นนี้
“การที่ไม่ได้เข้ากระทรวงมหาดไทยบ่อย ไม่ได้ขาดการติดต่อ เรามีการติดต่อกันสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เข้ามาเพราะภารกิจมากมาย ก็มอบนโยบาย และทุกท่านทำด้วยความเรียบร้อย เราทำงานกันอย่างจริงจัง ปีนี้เข้าปีที่ 3 แล้วที่อยู่กับชาวมหาดไทย เรามีความไว้เนื้อเชื่อใจ มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน และขอฝากผู้ว่าฯ ทำหน้าที่ให้เรียบร้อยในจังหวัด เพื่อไม่ต้องส่งคนส่วนกลางลงไป ท่านต้องรู้ก่อนส่วนกลาง และขอเรียนว่าต่อให้ใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องได้ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่มีการฟังคนนี้แล้วมากดดัน ผมแยกแยะออก และตั้งแต่เข้ามากระทรวงนี้ไม่มีใครที่ผมเกลียด และสิ่งที่ผมโชคดีมาก ๆ คือ ผมไปพักร้อน 3 เดือน ได้เห็นอะไรมากขึ้น เรื่องการรับรู้ข้อมูล ความรู้สึก การคิด การอ่าน ผมรู้หมดว่าแต่ละคนมีอุปนิสัยความตั้งใจทำงานอย่างไร “นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยมีนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการ อยากทำอะไรให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้การบริการประชาชนเกิดศักยภาพสูงสุด จะมีโอกาสไหนดีกว่านี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็ทีมเดียวกันหมด พวกนี้ไม่ใช่ลูกเทพ คนที่ผ่านการเลือกตั้งในเขต เป็น ส.ส. เขตทุกคน ทุกคนผ่านตรงนี้หมด ไม่ใช่ลูกเทพ และไม่ใช่ ส.ส.สมัยแรก เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายสมัย มีพื้นที่ของเขา เข้าใจชาวบ้าน อยู่กระทรวงมหาดไทยไม่ต้องเข้าใจอะไร เข้าใจชาวบ้านพอ ขอให้เราขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชนมีความวัฒนาสถาพร อยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำงานกันด้วยความเชื่อถือ ประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านวิกฤตต่าง ๆ ไปให้ได้
นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาภารกิจกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้สถานะนายกรัฐมนตรีคนเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำให้เกิดการเชิดหน้าชูตา อาทิ OTOP ยอดขายก็เพิ่ม การยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ก็ดีขึ้น แต่ทว่าเกิดเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ตนจึงต้องปลุกจิตวิญญาณมหาดไทยกลับขึ้นมาต่อต้านเรื่องการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มันราพณาสูรเลย การทุจริตครั้งนี้ เรียกได้ว่าคนที่ทุจริตครั้งนี้ถูกซองทับตาย คือ ความโลภทำให้มันเกิดขึ้น อุตส่าห์เอาหน่วยงานข้างนอกเข้ามาดำเนินการแล้ว สุภาษิตบอกแล้วว่ายังไงคนเป็นโจรก็ต้องทิ้งร่องรอย เป็นสิ่งน่าเสียใจ จนสุดท้ายผู้ร้ายฆ่ากันเองเพราะไม่ได้ตามที่ต้องการ
“เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนต้องทำความจริงออกมา เรียกศรัทธาประชาชนคืนกลับมา ทำให้ทุกอย่างตีแผ่ออกมา และวางระบบไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก อุตส่าห์เอาคนนอกมาทำระบบสอบ อย่างนี้มันผิดที่คน ไม่ใช่ระบบ และยิ่งเป็นเรื่องบรรจุข้าราชการ วันแรกก็โกงแล้ว มันต้องคิดไปถึงต้นตอเลย เพราะคนที่อบรมบ่มเพาะมาดี คิดแบบนี้ไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้น งานนี้ต้องขอความร่วมมือ ถ้าทำได้เร็ว ศรัทธาของคนก็จะกลับมา ด้วยการหาวิธีการ ต้อง Say No กับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะข้าราชการรุ่นใหม่ ซี 5 6 7 8 ทุกคนอยากเติบโตก้าวหน้าเป็นเจ้าคนนายคน ซึ่งการเป็นเจ้าคนนายคนเป็นเรื่องดี แต่ต้องไม่โกง เพราะถ้าเข้ามาในระบบ ติดลบเข้ามาคนละ 3-4 แสน ยังไงเข้ามาก็ต้องหาวิธีเอาเงินกลับไปใช้หนี้ใช้สิน เราต้องทำทุกทางไม่ให้หญ้าแห้วหมูที่เป็นหญ้ากาฝากเกิดขึ้นในสนามบ้านเรา เพราะหญ้าพวกนี้มันกินหญ้าดี ๆ ของเราหมด ถ้ามันเข้ามาเรื่อย ๆ คนดี ๆ ก็จะหายหมด ยิ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน เราต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก จิ้มไปแก้ไขให้ได้ เรียก ความศรัทธาคืนมาให้ได้ ต้อง reset ใหม่ และตนจะปรับตัวเองและทำให้สภาพการทำงานทุกอย่างกลับมาดีขึ้น และไว้วางใจมากขึ้น ขอให้คนทำงานเต็มที่ เรื่องงานเป็นหลัก เรื่องส่วนตัวเป็นศูนย์ ทุกอย่างมีคำอธิบายทุกคน เปิดโอกาสทุกคนทำงานเต็มที่ อย่าทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงมหาไถ ไม่มีการปกป้องใครที่ทำผิด ไม่สามารถทำได้ ทำใจไม่ได้ แหลกลาญป่นปี้ไปหมดแล้ว เราต้องร้อง “โฮ่ง” ไม่ร้อง “เอ๋ง” ด้วยวิธีเดียว คืออยู่อย่างสิงห์ขับเคลื่อนงานทุกอย่างด้วยความทุ่มเท กำจัดหญ้าแห้วหมูอย่าให้เข้ามาในกระทรวงของเรา ใช้วิกฤตทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กลับมาเป็นโอกาสให้สังคมรู้ว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ยอมรับให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก และมุ่งมั่นขับเคลื่อนกระทรวงมหาดไทยในวันที่ สร.1 และ มท.1 คือคนเดียวกัน ” นายอนุทิน กล่าว
ในช่วงท้าย นายอนุทิน ได้มอบหมายปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ประสานผู้ว่าฯ ชายแดนไทย-เมียนมา จัดเตรียมและรายงานข้อมูลในระดับพื้นที่ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ ยาเสพติด มาประกอบการเตรียมการหารือกับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มีกำหนดเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม 2569 นี้

นายกฯ อนุทิน เตรียมเข้ามหาดไทยสัปดาห์ละ 2 วัน ติดตามงานใกล้ชิด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนประชุมหารือกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยอย่างไม่เป็นทางการว่า “ถามแต่เรื่องดีๆ เรื่องที่เป็นมงคล”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินทางมาประชุมในวันนี้มีข่าวดีอะไรให้ประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวงมาร่วมลงนามถวายพระพร จึงถือโอกาสประชุมหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมเปิดเผยว่า จากนี้จะจัดสรรเวลาเข้ามาปฏิบัติงานที่กระทรวงมหาดไทยเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 วัน แม้จะสามารถทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลหรือสถานที่อื่นได้ แต่การเข้ามาพบผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โดยตรง จะช่วยให้การบริหารงานและการบริการประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อถามว่า หมายความว่าที่ผ่านมาการทำงานมีความหย่อนยานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ระบบและระเบียบราชการไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ที่นำระบบไปใช้
“ระบบไม่ได้หย่อนยานแน่นอน ระเบียบก็ไม่ได้หย่อนยาน แต่คนใช้ระเบียบและระบบมีความไม่สุจริต พูดอย่างนี้ดีกว่า ไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่คน ตอนที่แต่งตั้งก็ตรวจสอบแล้วว่ามีความรู้ความสามารถและมีความซื่อสัตย์ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ต้องแก้ไข”
เมื่อถามว่า การเข้ากระทรวงสัปดาห์ละ 2 วัน จะเป็นการมาขันน็อตเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน ถามกลับว่า “มาเฟียแปลว่าอะไร” ก่อนระบุว่า หากหมายถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบูรณาการร่วมกับจังหวัด ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในการแก้ไขปัญหา
เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถห้ามความคิดของคนที่ตั้งใจทุจริตได้ แต่เมื่อพบการกระทำผิดก็เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลาเพียงกว่า 2 สัปดาห์ก็สามารถขยายผลและจับผู้กระทำผิดได้จำนวนมาก พร้อมมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินการคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม มีการดำเนินการแล้ว 7 แอ็กชัน และในวันนี้มีแอ็กชันที่ 8 ตามข้อมูลของนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าจะยังมีการดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด
นายอนุทิน ยังเปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้พบกับนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งลงมานั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีด้วยตนเอง ทำให้มั่นใจว่าคดีนี้จะไม่มีทางเป็น “มวยล้มต้มคนดู” ขณะที่ฝั่งรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี จะสรุปรายงานผลการตรวจสอบเสนอภายใน 2-3 วัน ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกัน เพื่อให้เห็นภาพกระบวนการทั้งหมด
เมื่อถามว่า หากผลสอบชุดนายปกรณ์พบผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาถูกคุมขังแล้ว 3 ราย และยังมีผู้ถูกออกหมายเรียกอีกหลายราย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้เปลี่ยนแปลงคะแนน เจ้าของกระดาษคำตอบ ไปจนถึงผู้ประกาศผลสอบ พร้อมย้ำว่าการสืบสวนยังขยายผลไปถึงเส้นทางการเงินและการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบ และเชื่อว่าผลการสอบสวนจากทุกฝ่ายจะสอดคล้องกัน ทำให้ข้อสรุปของคดีมีความน่าเชื่อถือและรัดกุม



