
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังรัฐบาลทำงานมา 4 เดือน ว่า “ไม่มี เอามาจากไหน เอามาจากรายการทีวีอีกแล้ว ไม่มีครับ ไม่มี ยังไม่มี นักข่าวก็ถามเองใช่ไหมว่าเพิ่งจะ 4 เดือน ตอนนี้ทุกคนพยายามทำงานให้ตรงกับแนวทางที่ผมได้กำหนดไว้มากขึ้น” เมื่อถามว่านายกฯควรพูดให้ชัดเลยหรือไม่ว่าช่วงเวลาไหนถึงจะเหมาะสมกับการปรับคณะรัฐมนตรี 6 เดือน หรือ 1 ปี นายอนุทิน กล่าวว่า ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ พูดไปเดี๋ยวจะไปผูกมัด เอาเป็นว่านายกฯทรงสิทธิ์เอาไว้ในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีอยู่แล้วเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ใครทำแล้วประเทศชาติไม่เกิดประโยชน์ประเทศชาติเสียหายไม่จำเป็นต้องไปรอให้ถึงเวลาปรับครม.ก่อนแล้วค่อยปรับ
เมื่อถามว่าประเมินอย่างไรถึงกระแสข่าวลักษณะนี้ที่ออกมา นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จะมองอย่างไรแล้ว ทุกคนเดาหมดเลย รายการต่างๆตนพูดได้เลยเข้าไม่ถึงแหล่งข่าวและไม่รู้จริง พยายามใช้ประสบการณ์ของตัวเองประเมินกันไปทั้งที่ตัวเองไม่มีข้อมูลใดๆเลยแม้แต่น้อย ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไรแก้ไม่ไหว เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้คณะรัฐมนตรีไม่เสียสมาธิกับข่าวที่ออกมา นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ต้องให้คำมั่นอะไรกับใคร นายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลถึงเวลาปรับก็ต้องปรับ ถ้าใครไม่ทำอะไรผิดก็ไม่ปรับ ถ้าใครไม่ทำอะไรที่เสียหายกับบ้านเมืองและมีผลงานก็ไม่ปรับ
เมื่อถามว่า ตำแหน่งรัฐมนตรียังเหลืออีกตำแหน่ง เป็นไปได้หรือไม่การปรับคณะรัฐมนตรีจะมีพรรคอื่นเข้ามาร่วมคณะรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นไปไม่ได้ เมื่อถามว่ามีกระทรวงไหนที่อยากจี้ให้มีผลงานที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า จี้ทุกกระทรวงเลย จี้ตัวเองด้วย เมื่อถามว่าหลังจากที่บอกว่าจะต้องมีผลงานตอนนี้ดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การสื่อสารออกไปก็ดีขึ้น และผลงานของรัฐบาลตนว่ามีผลงานที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง คนที่เห็นผลงานที่เข้าใจรัฐบาลก็มีเยอะแยะมากมาย ส่วนคนที่ตั้งใจจะโจมตีอย่างเดียวไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดไปหมดก็มี อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ แต่ไม่ได้ทำให้รัฐบาลกังวลอะไร เราทำแต่สิ่งที่มันถูกต้องเป็นประโยชน์ให้บ้านเมือง ถ้ายึดมั่นสองสิ่งนี้ได้ อธิบายตัวเอง อธิบายคณะทำงานได้ และผู้รับปฏิบัติไปส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการก็รับไปปฏิบัติได้ด้วยประสิทธิภาพด้วยความร่วมมือ ยังยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากข้าราชการประจำ ฝ่ายความมั่นคง และภาคเศรษฐกิจ ตนก็เชื่อมั่นว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้คือความร่วมมือที่ดีและต่างคนต่างมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เมื่อวานไปดูรายการอะไรไม่รู้บอกว่าตนบังคับบัญชาไม่ได้แล้ว สั่งอะไรไปก็ไม่มีคนทำ สื่อก็ดูแล้วกันว่าจริงหรือไม่ อะไรที่สั่งแล้วถูกต้องเป็นสิ่งที่ชอบตามกฎหมายต้องทำตาม คิดอย่างอื่นไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ถ้าสั่งอะไรผิดกฎหมายไม่ชอบไม่เกิดประโยชน์กับประเทศประชาชนต้องไม่ทำ ถ้าเขาขัดคำสั่งอย่างนั้นก็ไม่ผิด



