นายกฯ อนุทิน ชี้ สหรัฐฯ ชวนเลือกข้าง แข่งขัน AI ไม่เกี่ยวเจรจาภาษี

Date:

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6 )ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสหรัฐอเมริกาเตรียมส่งจดหมายแจ้งเตือนประเทศพันธมิตร และผู้ค้ากว่า 35 ประเทศ ให้ต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งทางเราวางตัวเป็นกลางมาตลอดจะส่งผลกระทบกับเจรจาภาษีหรือไม่ ว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน มันก็มีเงื่อนไขเวลาเข้าไปโต๊ะเจรจา ซึ่งมันมีเงื่อนไขเหล่านี้อยู่ และยังมีรายละเอียดอยู่ข้างล่าง ว่าคำว่าเลือกข้างแปลว่าอะไร ต้องไปถึงระดับไหนที่จะต้องเลือกข้าง เรื่องนี้เหมือนกับสัปดาห์ที่แล้ว ที่รัฐมนตรีช่วยกลาโหมสหรัฐฯแวะมาที่ทำเนียบรัฐบาลและยืนยันว่าเรื่องความมั่นคง การฝึกครอบร้าโกลด์ การสนับสนุนด้านความมั่นคงทางการทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาทางการค้า ก็ยืนยันกันทั้งสองฝ่ายแบบนี้

เมื่อถามว่า แต่การที่รมช.กลาโหมสหรัฐฯมาพบเราถี่ มีการกดดันอะไรเราหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีเลย ไม่ได้ดูรูปหรือ ทุกอย่างบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นชมของความร่วมมือ ทำไมถึงบอกว่าเขามากดดันมัน ไม่มีเลย มาพบกัน มาคุยกัน เรียกขานกันด้วยชื่อแรกด้วยซ้ำ ผมเรียกท่านรัฐมนตรี เขาเรียก Mr.Prime Minister ผมก็บอกว่า call me หนู “

‘ยศชนัน’ ชี้ ปมสหรัฐฯกดดันเลือกข้างเอไอ ไทยต้องสร้างพื้นฐานข้อมูล – ความรู้ให้แน่น หวังเป็นแต้มต่อ

เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) กับประเทศจีนว่า เรื่องเอไอมีหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร และจากการที่เดินทางไปร่วมประชุมเอไอที่ประเทศจีน ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก (WIC) อาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม แต่จะต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา ในส่วนของประเทศไทยหากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง ฉะนั้น ในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้ เลยจะต้องมีการหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าจะวางตัวอย่างไร เพื่อหาแง่มุมต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่า การเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้วเป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในเรามีความพยายามทำความเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาเราคุยกับหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ในเรื่องพื้นฐานของไทยให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด ฉะนั้น ที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด นอกจากนี้ มีการเตรียมคนทั้งในและต่างประเทศเพื่อเตรียมทีมให้สามารถทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง และจากนั้นไปดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นจะนำไปสู่เรื่องการตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่า การออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้สามารถอยู่ได้ นายยศชนัน กล่าวว่า ความรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น เราพูดมาตลอดว่า เรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เอไอ อย่างเดียว เอไอคือ ชั้นบนสุด ข้างล่างคือ เรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม แต่ตรงไหนเสี่ยงรัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ ภาคเอกชนก็จะเข้ามาเชื่อมโยง ดังนั้น เรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด เราก็ทำมาตลอด 3 เดือนนี้ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องเอไอ แล้วถามว่า ต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆ คือเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆ ด้วย ถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีเอกราชฐานข้อมูลว่า เอไอตัวใดจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับใคร หรือตัวไหนที่จะสามารถร่วมมือกับใครได้บ้าง

นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่นก็จะตอบง่ายเลยว่า เรื่องนี้ควรจะไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น เรื่องนี้มองว่า ควรจะต้องลงทุนจริงๆ และทุกคนต้องมาร่วมกัน ใช้ คอนเนกชั่น ทั้งรัฐและเอกชน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพราะมองว่า เอไอเป็นศัพท์เซ็ตของเทคโนโลยี และอยากให้มองในภาพรวมว่า จะเป็นโอกาสของประเทศไทยที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่า จะต้องทำอย่างจริงจัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ขอให้มั่นใจ เพราะเราทำ กรอ.4 ขา คือ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2. การขาย กำกับดูแลโดยนางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3.คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแล จะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ดังนั้น ขณะนี้เราเตรียมความพร้อมอย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุนและเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบในการใช้กรอ. เป็นตัวขับเคลื่อน และ 4.การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้ดู

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’