นายกฯ อนุทิน ลุยช่องอานม้า ให้กำลังใจทหารเหยียบทุ่นระเบิด

Date:

วันที่ 23ส.ค. เวลา 14.03 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี บริเวณช่องอานม้า 

ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังบรรยายสรุปโครงการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางลาดตระเวนและตรวจการเพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าเพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดนบริเวณพื้นที่อนุรักษ์อำเภอน้ำยืน และโครงการจัดกำลังพล และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญ 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังสถานการณ์ทุ่นระเบิด และการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมของประเทศไทย จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ยืนส่องกล้องทางไกล ก่อนจะตรวจเยี่ยมกำลังพล และมอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณช่องอานม้า 

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับกำลังพลด้วยน้ำเสียงที่สะเทือนใจ ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์น่าเสียใจที่มีทหารต้องสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทำความเสียใจให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนมีความห่วงใย จึงได้หารือกับทางผู้บัญชาการทหารบก บอกว่าเมื่อกลับจากการไปราชการต่างประเทศแล้ว จะขอมาพบกับกองกำลังทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสพบกับทุกคน และเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดใจอยู่ตลอดเวลา 

นายอนุทิน กล่าวว่า โดยช่วงที่มีเหตุการณ์สู้รบทั้งสองระลอก ตนมีความใกล้ชิดผูกพันกับนายทหารทุกคน มีโอกาสได้มาติดตามสถานการณ์ และได้เห็นวีรกรรม ของพี่น้องทหาร ทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงบอกตัวเองว่าตราบใดที่ยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่จะปฏิบัติและใช้ความสามารถทุกอย่างที่มีอยู่สนับสนุนให้ทหารของชาติมีประสิทธิภาพสูงสุดในการสู้รบและปลอดภัยจากการปะทะจากอริราชศัตรู จึงอยากให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลอยู่ข้างทหารทุกคน และมีการประสานงานใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดเวลา เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆขึ้นมาก็มีความเป็นห่วงและกังวลเป็นอันมากต่อความปลอดภัยของพวกเรา

นายอนุทิน กล่าวว่า ดังนั้นขอให้นายทหารทุกคนได้ร่วมมือกันรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และขอให้ได้ระมัดระวังตนเองในการปฏิบัติภารกิจทุกภารกิจ ให้ปลอดความเสี่ยงมากที่สุด และสิ่งที่ทำให้ตนสามารถตัดสินใจหรือเจรจากับนานาประเทศเวลามาพูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา คือการมาพบกับนายทหารที่ชายแดน เวลามีการพูดคุยบางทีมีประเทศที่ 3 ที่ 4 ไปฟังข้อมูลอะไรต่าง ๆ มา ก็พยายามจะมาหาว่าเราเป็นประเทศที่ศักยภาพเหนือกว่าขีดความสามารถสูงกว่า เราไปรังแกประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า ถ้าตนไม่ได้มาเจอ ตนอาจจะไม่มีความมั่นใจในการโต้ตอบกับพวกเขา การที่เราทำงานอย่างใกล้ชิดกันเช่นนี้ และมีความรู้สึกร่วมด้วยกันเช่นนี้ ทำให้ทุกครั้งที่มีการหารือกับต่างประเทศ ตนมีความมั่นใจที่จะต้องปกป้องและยืนหยัดในจุดยืนของพวกเราโดยที่ไม่ยอมให้มีการเอารัดเอาเปรียบใด ๆ ไม่ว่าจะใช้กลไกใด ๆ ในการกดดันรัฐบาลไทย และกองทัพไทย สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเรามีความใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกร่วมกัน ในการหวงแหนรักษาแผ่นดินของพวกเรา

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ตนมีโอกาสจะขอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบกเสมอว่า อยากจะมาพบกับพวกเราแล้ว วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่ง แล้วยังดีใจที่เห็นพวกเรามีขวัญกำลังใจที่แน่วแน่ และมีความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ตนจะไปเยี่ยมเพื่อนของเราที่ได้รับบาดเจ็บ ขอให้เป็นคนสุดท้าย ขอให้เราทุกคนถอดบทเรียนเพิ่มความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้กับตัวเอง พวกเราอยู่กับท่านเสมอท้ายที่สุดนี้ขออำอวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระบารมี องค์จอมทัพไทย และโปรดดลบันดาล ให้ทหาร ทุกคน และเจ้าหน้าที่ทุกคนจงประสบแต่ชัยชนะ มีความปลอดภัย และรักษาเมืองของเรา ให้มีความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติยศเกียรติศักดิ์ แล้วจะมาพบกันเสมอ ยืนยันให้การสนับสนุนภารกิจของทุกคนให้เราได้รับชัยชนะ โดยที่ไม่มีวันจบสิ้น

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’