
วันที่ 23 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่ประสบอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 บริเวณพื้นที่ใกล้ช่องอานม้า ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและข้อเท้าขวาขาด เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา
ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปเยี่ยมและถามอาการของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ทันทีพร้อมกับพูดคุยกับครอบครัวซึ่งมีทั้งลูกชายและภรรยา โดยนายกฯ ให้คำยืนยันว่ารัฐบาลจะช่วยดูแลครอบครัวของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ พร้อมถามลูกชายของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งได้รับคำตอบว่าอยากเป็นหมอ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ถามอาการของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ก่อนจะมอบสิ่งของและให้กำลังใจกับครอบครัวของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์

นายกฯ อนุทิน ยัน ดูแลทหารบาดเจ็บ – เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยกเป็นวีรบุรุษของชาติ
วันที่ 23 ส.ค. เวลา 18.10 น. ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าเยี่ยม จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ สังกัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่เหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณพื้นที่ใกล้ ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี โดยกล่าวถึงแนวนโยบายและมาตรการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตอนนี้ฝ่ายกองทัพก็ยังคงมีความพร้อมอยู่ตลอดตามแนวชายแดน ซึ่งตน พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ไปตรวจตามแนวชายแดนมา ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีความพร้อม ก็ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลและกองทัพยังคงรักษาดินแดนของเราอย่างเต็มที่ ไม่มีสัญญาณว่าจะมีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นในช่วงนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้คำยืนยันว่าจะมีการดูแลครอบครัวของนายทหารผู้ได้รับบาดเจ็บ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนต้องยืนยันอยู่แล้ว ทางรัฐบาลก็จะให้การดูแลวีรบุรุษของชาติที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยความช่วยเหลือในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงกลาโหม เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเราก็ระดมความช่วยเหลือ และหาทุกแนวทางที่จะทำให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย ได้รับการตอบแทนอย่างเต็มที่
ส่วนเรื่องชายแดนจะต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษในช่วงที่ใกล้เลือกตั้งของฝั่งกัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็เตรียมความพร้อม และทหารก็มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งขีดความสามารถ และการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของประเทศเราไม่เคยประมาท และให้ความเชื่อมั่นพี่น้องประชาชนด้วยว่า ทั้ง 3 เหล่าทัพ ตลอดจนตำรวจ และฝ่ายปกครองที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนตามเขตจังหวัดชายแดนที่ติดกับกัมพูชา เรามั่นใจว่าเราไม่ได้อยู่ในฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างแน่นอน พร้อมขอสื่ออย่าถามว่าจะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องความลับทางความมั่นคงของประเทศ
เมื่อถามว่า จะทำให้ทหารไม่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ตลอดไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ครับ



