‘สีหศักดิ์’ เตรียมถกฝ่ายความมั่นคง หลังเกิดเหตุชายแดนใต้หลายจุด

Date:

เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้จะการหารือกับนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทางเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประเมินสถานการณ์ เพื่อดูเรื่องการดำเนินการในขั้นต่อไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วง เราต้องยอมรับความจริง เรื่องของการข่าว ทราบว่า เราก็รู้ล่วงหน้าในเรื่องของการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นนี้ ต่อไปเราต้องมาดูว่า เราจะดำเนินการให้ทันท่วงทีอย่างไร คิดว่า เราต้องมาประเมินสถานการณ์ว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้เป็นใคร และต้องมาดูว่า การเตรียมพร้อมของเราให้รัดกุมยิ่งขึ้นในทุกจุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้การข่าวจะรู้ล่วงหน้า แต่ยังคงมีการก่อเหตุถึง 50 กว่าจุด นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การข่าวอาจจะรู้ล่วงหน้า แต่การจะรู้ว่าปฏิบัติการเมื่อไหร่เราอาจจะยังคาดการณ์ไม่ดีพอ บางครั้งการปฏิบัติการอย่างนี้มันก็กระจายไป ดังนั้น การที่จะคาดการณ์มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องมานั่งดูกันในเรื่องของการข่าว และในเรื่องของการเตรียมความพร้อมที่จะสกัดกั้น ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ไม่ให้กระทบต่อประชาชน ล่าสุดที่นายกฯสั่งไปคือ ให้มีการเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ 

เมื่อถามว่า ได้มีการประสานกับทางมาเลเซียหรือไม่ เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามแดนกลับไป นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องนี้ต้องดูกัน เพราะทางมาเลเซียก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือถ้าเราแจ้งไป ความจริงมีการพูดคุยกันตั้งแต่นายกฯไปเยือน เดี๋ยวมาดูกันว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใครและหลบหลีกไปที่ใดบ้าง

เมื่อถามว่า ล่าสุดมีการข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมีการปราบปรามการค้าของเถื่อน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงจะมีสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน ขอคุยกันก่อนกับทุกฝ่ายว่า สาเหตุนั้นมันมาจากอะไรบ้าง มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง ตนยังไม่อยากสรุปในตอนนี้ ขอหารือกันก่อน โดยวันนี้ (24 ส.ค.) จะมีการหารือกันภายหลังประชุมเตรียมการเรื่องการเยือนประเทศไทยของนายกฯสิงคโปร์เสร็จสิ้น  

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า ผู้ก่อเหตุต้องการอะไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขอหารือกันก่อน ยังไม่อยากสรุป เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่า ทำไมช่วงหลังจึงเกิดเหตุการณ์ถี่ขึ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ เราต้องไปดูว่า มันมีเหตุผลอะไรบ้าง สถานการณ์อะไรบ้าง มีแรงจูงใจจากอะไรหรือไม่ ผู้ก่อเหตุ ใครทำอะไร มีอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ ต้องมาพูดคุยกันอีกที

เมื่อถามย้ำว่า ต้องทบทวนกลไกที่มีอยู่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องทบทวนตลอดถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เราต้องมานั่งดูกันว่า ในทุกส่วน โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง และดูความพร้อมของเรารัดกุมเพียงพอหรือไม่ เมื่อถามว่า การที่มีการก่อเหตุถี่มากขนาดนี้ ประเมินหรือไม่ว่า มีเจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อันนี้เดี๋ยวขอคุยกันก่อน  

‘ผอ.ข่าวกรอง’ ประเมินชี้ 3 ปัจจัยป่วนใต้ 50 กว่าจุด 

เมื่อเวลา 09.00น. วันที่24 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และในฐานะหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินถึงสาเหตุการก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายจุดใตช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ประเมินมี 3 สาเหตุหลัก 1.การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค. ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร

2.ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี

“มีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน“ นายฐนัตถ์ ระบุ

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้างหรือว่าเกิดเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ ยอมรับว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดยะลาเป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์การจับสิ่งกฎหมาย แต่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่นการจับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงในจังหวัดปัตตานี ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกแยกว่าเป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน ซึ่งหากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ แต่ถ้าถามระบุให้ชัดตอนนี้ว่าเป็นกลุ่มใดขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ ผอ.ข่าวกรอง ระบุว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่นหากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มก็จะมีวิธีการปฏิบัติการแบบไหนก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน

เมื่อถามว่า การข่าวในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องหรือ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการรับมืออย่างไร เมื่อเกิดสถานการณ์ถี่ขึ้น นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารจะต้องมีการจัดเตรียมกำลังกันใหม่และจะต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่นควรจะมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษก็จะต้องมีการคุยกับทหารในพื้นที่ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร

ส่วนจะต้องให้ทางการมาเลเซียช่วยอะไรหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มาเลเซียเขาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และช่วงนี้อาจจะต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย

‘เลขาฯสมช.’ ชี้เหตุป่วนใต้ล่าสุดเกิดจากกลุ่มในพื้นที่โต้รัฐปราบเข้ม

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า วันนี้ได้มีการประเมินสถานการณ์ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้กองทัพภาคที่ 4 ดำเนินการขับเคลื่อน ภารกิจ และพิสูจน์ทราบกลุ่มที่มาก่อเหตุ

ส่วนจะมีการอุดช่องโหว่ไม่ให้มีการก่อเหตุได้อย่างไรบ้าง นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทราบมาว่าขณะนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า กำลังควบคุมและดูแลสถานการณ์ ตั้งแต่วันแรกที่มีเหตุความไม่สงบแล้ว และมีการวางเป้าหมาย เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนเป็นหลัก เพราะเรื่องดังกล่าวกระทบกับประชาชนโดยตรง ทั้งร้านค้า ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดบ่อยครั้งเกิดจากปัจจัยอะไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า โดยพื้นฐานเหตุดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยเกิดการก่อความไม่สงบหลายจุดมาแล้วหลายครั้ง ปีนี้เกิดมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งอาจจะเกิดจากกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือคนในพื้นที่ ที่จะแสดงการตอบโต้ หรือแสดงสัญลักษณ์ต่อภาครัฐ ที่มีความเข้มข้นในการปฏิบัติการ จึงเป็นไปได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะตอบโต้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ส่วนเรื่องจำนวนเหตุการณ์ ต้องแยกแยะไปดู ไม่ใช่ว่าวางเผากล่อง 1 กล่อง จะเป็นหนึ่งเหตุการณ์ จึงต้องประเมินเหตุการณ์ตรงนั้น ว่าหนักเบาอย่างไร จึงจะนับเป็นจำนวน หากจะนับว่าเผายางรถยนต์ 1 เส้น เป็นหนึ่งเหตุการณ์ ก็คงจะละเอียดมากเกินไป

ส่วนกังวลหรือไม่ ว่าจะมีการก่อเหตุในช่วงประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดสงขลาช่วงปลายเดือนนี้ นายฉัตรชัย ย้ำว่าไม่กังวล มีความพร้อมที่จะดูแล ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และทราบว่าผู้บัญชาการทหารบก กองทัพภาคที่ 4 ดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่

สำหรับเป้าประสงค์ในการก่อเหตุ เป็นการปลุกปั่นหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า หากสังเกตว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงทรัพย์สินเสียหาย หากนับจำนวน จะมีที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 15 แห่ง ส่วนเหตุที่เหลือเป็นการวางเพลิง จึงต้องเป็นเรื่องที่ไปดูต่อว่า ใครทำอย่างไร และเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายกองทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่าได้มีการประสานชายแดนไทย – มาเลเซียให้สกัดผู้ก่อเหตุ ที่อาจหลบหนีออกทางชายแดนหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าทางมาเลเซียเข้มข้นในการควบคุมคนเข้าออก ปิดท่าข้ามที่เป็นช่องทางธรรมชาติ จึงเชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นข้างในของเราเป็นคนข้างใน

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเป็นกลุ่มเยาวชนของ BRN ใหม่ นายฉัตรชัย มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องผสมผสานกัน คงต้องมีการไปดู กลุ่ม BRN คงไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้อง โดยสังเกตได้จากการวางเพลิง องค์การปกครองท้องถิ่น จึงเป็นจุดที่ต้องสืบสวนสอบสวน และวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาแต่ละแห่งที่เกิดขึ้น

นายฉัตรชัย ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับ ให้ดูแลความสำคัญ และให้ความปลอดภัยกับประชาชนเป็นหลัก บังคับใช้กฎหมาย ให้เกิดความเป็นรูปธรรมโดยเร็วมากที่สุด

ส่วนการก่อเหตุมีมูลเหตุจากเรื่องการเมืองหรือไม่นั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า อาจจะเป็นการตอบโต้ ว่าพวกเขามีศักยภาพและขีดความสามารถ เหมือนที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากการปราบปรามของภาครัฐที่เข้มข้น หลังมีโจมตีทหารพรานจนเสียชีวิต 5 นาย แต่ทั้งหมดนี้ จะไม่ไปเหมารวมกลุ่มขบวนการอย่างเดียว เพราะอาจจะมีภัยแทรกซ้อน เช่นเรื่องอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งเราต้องตรวจสอบ ไม่ได้เหมาว่าเป็นกลุ่มBRNเพียงอย่างเดียว

ส่วนที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า ทางการข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการก่อเหตุนั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า เหมือนกับที่แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าการข่าวอาจจะยากเหมือนกัน แม้ว่าทราบว่าจะมีการก่อเหตุ แต่วันและเวลา เป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก

เมื่อถามว่าจะมีการรับมือโดยดึงมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร นายฉัตรชัยกล่าวว่า เบื้องต้นจะต้องใช้ขีดความสามารถของทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น รวมถึงข้อมูลการข่าว รวมถึงเรื่องชายแดน แม้ว่าเราจะทราบอยู่แล้ว ว่าเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่เรื่องชายแดนและท่าข้ามต่างๆก็มีความสำคัญ พร้อมระบุว่ามี 3 ส่วนคือการข่าว ขีดความสามารถของการปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และเรื่องชายแดนต้องทำควบคู่กัน รวมทั้งการบูรณาการส่วนกลางและพื้นที่ เพื่อประสานข้อมูลในการแก้ไขปัญหา

ส่วนฝ่ายทหารต้องมีความเข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายฉัตรชัย เชื่อว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทหารมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และต้องมีการบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังมากขึ้น ที่ผ่านมา เป็นจังหวะพอดี ที่ฝ่ายเรามีความเข้มข้นในการปฏิบัติหน้าที่ ฝั่งโน้นเขาถึงต้องแสดงอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งอาจจะมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น พร้อมตั้งข้อสังเกต เหตุเกิดในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของท้องถิ่นด้วยหรือไม่

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’