
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทาบทาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. เพื่อมาดูเรื่องสถานการณ์ภาคใต้โดยเฉพาะ ใช่หรือไม่ ว่า ทุกอย่างอยู่ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้าย คนไหนที่เหมาะสมกับงานตรงไหนเราก็พยายามให้ไปอยู่ในงานที่เขาเหมาะสมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรื่องนี้ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่าได้ทาบทามขอตัว พล.อ.ชัยพฤกษ์ จาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้มาช่วยงานใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถาม
เมื่อถามถึงกรณีบางฝ่ายเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่มีครับ ไม่มี ” พล.ท.นรธิป โพยนอกแม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าไม่มี

นายกฯ อนุทิน เผยดึง ‘ฉัตรชัย’ นั่งปลัดสำนักนายกฯเหตุทำงานเข้าขา
เมื่อเวลา 13.45น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโยกย้าย นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ยึดหลักอะไร ว่า นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. และตนมาอยู่ทำเนียบรัฐบาลก็ต้องหาคนที่ทำงานแล้วมีความคุ้นเคย การขอให้นายฉัตรชัย มาช่วยงานตนในฐานะปลัดสำนักนายกฯคนต่อไป ทำให้สามารถสานต่องานในสำนักนายกฯได้ อีกหน่อยตนไปทำงานด้านความมั่นคง ด้านการเจรจาความมั่นคงต่างๆก็มีปลัดสำนักนายกฯเป็นผู้ช่วยงานให้ตนอีกคน ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิดรวมถึงภาพกว้าง อีกทั้งยังขอให้เป็นตัวแทนตนในการประชุมหารือตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เพราะทำงานร่วมกันมา 1 ปี ตนสามารถสื่อสารเข้ากันได้ เข้าใจรับลูกกันได้
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ในการขอตัว พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก มาเป็นเลขาสมช.คนใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่า “แหม่ ถามนำ วันนี้ย้ายแค่สมช.มาเป็นปลัดสำนักนายกฯก่อน” เมื่อถามอีกว่าในตำแหน่งสมช.ใครจะมานั่ง นายอนุทิน ตอบว่า เดี๋ยวถึงเวลาก็เข้าครม. เมื่อถามย้ำว่าใช่พล.อ.ชัยพฤกษ์ หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ถึงเวลาก็เข้าครม
นายกฯ อนุทิน ยัน โยกย้ายมท.ยึดหลักคุณธรรม ‘นิรัตน์’ มีประสบการณ์งานปภ.
เมื่อเวลา 13.45น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยว่า เป็นไปตามวาระปกติ มีคนเกษียณอายุราชการก็มีการแต่งตั้งโยกย้ายตามฤดูกาลปกติ เมื่อถามกรณีที่โยกย้าย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มาเป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านก็จะมาเป็นอธิบดีปภ. ตอนเป็นผวจ.เชียงใหม่ก็มีประสบการณ์ในการป้องกันอุทกภัย ก็ต้องหาคนที่มีความเหมาะสมที่สุดสามารถดำเนินการป้องกันภัยได้เลย ตนได้หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยเห็นพ้องต้องกันว่านายนิรัตน์เหมาะสมด้านนี้
เมื่อถามว่าการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ยึดหลักอะไร เพราะก่อนหน้านี้ต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ยึดหลักคุณธรรมความเหมาะสมและยึดหลักว่าคนที่เราแต่งตั้งมาทำหน้าที่แต่ละตำแหน่งต้องยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายแรก
เมื่อถามถึงกรณี โยกย้าย นายปิยะ ปิจนำ จาก ผวจ.บุรีรัมย์ มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอนุทิน ตอบว่า เป็นไปตามการหมุนเวียนโยกย้ายและความเหมาะสมในหน้าที่ของการทำงาน ผวจ.แต่ละจังหวัดมีองค์ความรู้วิธีการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็ดำเนินการตามความเหมาะสมและอาวุโส

นายกฯ อนุทิน เผย ถามแม่ทัพภาค 4 แล้ว ยันไม่มีจนท.ยิงจาก ฮ.
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ
เมื่อถามว่า กรณีมีการระบุเจ้าหน้าที่ยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนถามแม่ทัพภาคที่4 ท่านก็ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีเหตุเช่นนี้ แต่หากต้องการให้สบายใจตนจะกำชับให้แม่ทัพภาค4ดำเนินการให้ชัดเจน เพราะของพวกนี้โกหกไม่ได้ ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิต การพิสูจน์วิถีกระสุนปืนที่นำมาใช้สามารถพิสูจน์หลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ได้ ก็เป็นไอเดียที่ดี ตนจะให้แม่ทัพภาค4ดำเนินการ
เมื่อถามว่าการเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคง ที่ผ่านมามีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า วิธีการดำเนินการเป็นความลับทางราชการ แต่เป้าหมายและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความปลอดภัยของประชาชน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเรา เราจะทำทุกวิถีทางโดยเน้นเรื่องชีวิตให้ปลอดภัยสูงสุด
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโจมตีทหารใช้อาวุธสงครามเป็นการกระทำที่แรงเกินกว่าเหตุ นายกฯ กล่าวว่า หลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐเขามีหลักอยู่แล้วทำตามกรอบกฎหมายกำหนด เราไม่สามารถสรุปได้ว่าแต่ละจุดการปฎิบัติการตอบโต้หรือการป้องกันตัวเอง หรือการเข้าปราบปรามเพื่อยุติเหตุร้ายมันแตกต่างกัน ในทุกช่วงเวลาทุกพื้นที่ ทุกสถานที่ แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถืออยู่เสมอ การดำเนินการภายใต้กรอบและสิ่งที่กฎหมายกำหนด ตนขอให้ความมั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนที่จะทำนอกเหนือกฎหมายได้
เมื่อถามว่า การเกิดสถานการณ์ในพื้นที่กว่า 100 เหตุการณ์ภายใน3วัน จะมีการปรับมาตรการอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการข่าวต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ ตนได้แสดงความกังวลและห่วงใยให้เขาได้รับทราบแล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่อธิบายกับประชาชนยาก เหตุที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันนับ10นับ100 ในห้วงสถานการณ์เดียวกัน เราจะบอกว่าเราไม่ทราบเลยก็แสดงว่าประสิทธิภาพใช้ไม่ได้เลย ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาทราบ เพียงแต่ว่าตอนที่เกิดเหตุในแต่ละจุดก็มีการเตรียมการเป็นอย่างดีจากฝ่ายก่อการ สื่อก็เห็นว่าตนใช้ดุลพินิจและอำนาจที่ตนมีอยู่ในส่วนที่ตนทำได้ ทั้งปรับปรุงบุคลากร วิธีการ เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ก็ขอให้ประชาชนมั่นใจ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผบ.ตร. ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 4 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มา3-4 วันแล้ว เรามีแนวทางหาข้อสรุปเพื่อดำเนินการทุกวิถีทางทั้งการเจรจา การรักษากฎหมาย การเสริมกำลังเข้าไปให้เกิดความสงบเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน
เมื่อถามว่าอันนี้เป็นเหตุผลที่ต้องดึงทหารเข้ามาช่วยงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีเหตุผลหมด
เมื่อถามย้ำว่ากรณีมีการกล่าวอ้างว่ามีการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน ต้องตรวจสอบหรือไม่ นายอนุทิน ตอบกล่าว เรื่องนี้สามารถพิสูจน์หลักฐานได้ด้วยวิถีกระสุนและโชคดีที่ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับเสียชีวิต เราต้องเร่งดูแลเขาตรงนี้สามารถสอบถามเขาได้มีแพทย์ที่เป็นกลางมีจรรยาบรรณแพทย์กำหนดอยู่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย
เมื่อถามอีกว่า มีการรายงานนายกฯว่ามีการยิงลงจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่การปฏิเสธว่าไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น ตนถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่มีแน่นะ ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ รู้ได้อย่างไรว่าไม่มี แม่ทัพภาคที่ 4 ก็แถลงข่าวไปแล้วโดยเป็นสิ่งเดียวกับที่รายงานมายังตน ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้คงไม่ใช่ ไม่มีเหตุอะไรที่แม่ทัพภาคที่ 4 จะปิดบังประชาชน
เมื่อถามว่า นโยบายภาคใต้เราใช้การเมืองนำการทหาร หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนมาใช้ทหารนำการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีใครนำใคร จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน สร้างความสงบให้บ้านเมือง ทำงานด้วยกัน สามัคคีกันร่วมมือกัน

นายกฯ อนุทิน ชี้ปมฮั้วสว.เชื่อความเห็นใครไม่ได้ ต้องพิสูจน์ ตามกระบวนการ
เมื่อเวลา 13.45น. วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีฮั้วสว.เชื่อมโยงกับรัฐมนตรีและสส.พรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง ว่า ครับก็เตรียมไปสู้กันในศาล วันนี้ก็มีการแจ้งความผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกันต่อไป ทุกอย่างมีกระบวนการยุติธรรม เราไม่สามารถไปเชื่อความเห็นคนใดคนหนึ่งได้ มีการพิสูจน์ดำเนินการสืบสวนสอบสวนทุกอย่าง เราต้องเคารพกระบวนการนั้น เราทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ความร่วมมือในทุกอย่าง
เมื่อถามว่ากรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องฮั้วสว.รัฐบาลจะตอบคำถามนี้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตนยืนยันว่าอะไรที่เรารู้เราก็ตอบ อะไรเราไม่รู้เราไม่เกี่ยวก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาตอบ

ครม.ไฟเขียว โอน “ฉัตรชัย” นั่งปลัดสำนักนายกฯ “กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์” ผอ.ข่าวกรอง พร้อมแต่งตั้ง บิ๊กมหาดไทย 20 ตำแหน่ง
วันที่ 25 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ รับโอนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ โดยให้การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
คณะรัฐมนตรียังมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายกิติภณ รื่นสัมฤทธิ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ดังนี้
1. นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ ตำแหน่งรองอธิบดี (นักบริหาร ระดับต้น) กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนระดับทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และ2. ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองต้น) จังหวัดภูเก็ต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้ง นายยงยุทธ ชื้นประเสริฐ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (ผู้อำนวยการเฉพาะด้าน (นิติกร) ระดับสูง) สำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย (นิติกร ระดับทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวงทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 20 ราย ดังนี้
1. ให้นายจำเริญ แหวนเพ็ชร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุรินทร์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
2. ให้นายรัฐพล นราดิศร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
3. ให้นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครราชสีมา และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
4. ให้นางสาวอโรชา นันทมนตรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครปฐม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
5. ให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล พ้นจากตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง
6. ให้นายสมชาย ลีหล้าน้อย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครศรีธรรมราช และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมที่ดิน
7. ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
8. ให้นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมโยธาธิการและผังเมือง
9. ให้นายปิยะ ปิจนำ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดบุรีรัมย์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
10. ให้นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดจันทบุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทรา
11. ให้นายทศพล เผื่อนอุดม พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดเชียงใหม่
12. ให้นางสาวฉัตรประอร นิยม พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดฉะเชิงเทรา และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตราด
13. ให้นายภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตาก
14. ให้นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุพรรณบุรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครราชสีมา
15. ให้นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคาม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดนครสวรรค์
16. ให้นายเอกวิทย์ มีเพียร พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดบุรีรัมย์
17. ให้นางสาวธนียา นัยพินิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดพิจิตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดปทุมธานี
18. ให้นายชาธิป รุจนเสรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดกำแพงเพชร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสระแก้ว
19. ให้นายพิริยะ ฉันทดิลก พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตราด และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุพรรณบุรี
20. ให้นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุดรธานี
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

“นิรัตน์” น้อมรับคำสั่ง ย้ายนั่ง อธิบดี ปภ. รับเป็นเรื่องยาก กวาดบ้านสถ. จบก่อนรับตำแหน่งใหม่ ยันทำให้ดีที่สุด
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 25 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า ไม่ได้รับทราบมาก่อนล่วงหน้า และตนเคารพการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนย้ำว่าพร้อมทำงาน
เมื่อถามว่า ภารกิจของ ปภ. ค่อนข้างหนักพอสมควร ในการบรรเทาสาธารณภัย มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร นายนิรัตน์ กล่าวว่า ต้องพร้อมเสมอ
เมื่อถามต่อว่า การโยกย้ายในครั้งนี้ กังวลหรือไม่ ว่าจะส่งผลต่อการสอบเดินหน้าสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และยังไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงภารกิจของ สถ.ในการเดินหน้าสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่น นายนิรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเป็นสิ่งแรก คือการบริหารบัญชี เอาบัญชีที่ถูกต้องมาใช้ และส่งไปยัง ก จังหวัด เทศบาล อบต. อบจ. เพื่อให้เพิกถอนคนที่ไม่ได้มีคะแนนที่จะต้องบรรจุ แต่หลังจากนี้มีอะไรต่อก็ต้องมีการสังคายนาภายในกรมสถ. ซึ่งยังมีงานอีกเยอะที่ต้องทำ และจัดเตรียมส่งมอบให้กับอธิบดีคนใหม่ แต่เรื่องของการสอบทุจริต หน่วยงานหลักในการดำเนินการทางคดีอาญาคือสำนักงานป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะมอบให้ ตำรวจ หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ก็แล้วแต่จะมอบ แต่ในฐานะที่เราดูแลบริหารกรม ถ้าเราเจออะไรที่เป็นความผิด จะยังคงทำต่อเนื่องทุกวันว่าจะต้องประสานหน่วยงานใดต่อไป
เมื่อถามอีกว่า การกวาดบ้านในสถ. จะให้แล้วเสร็จก่อนที่จะย้ายกรมหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่จะทำให้ได้มากที่สุดและดีที่สุด



