
วันที่ 26 สิงหาคม เวลา 10.45 น. ที่ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (29th ASEAN Labour Ministers Meeting: 29th ALMM and Related Meetings) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวข้อการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญร่วมกันของอาเซียนในการพัฒนาประชาชนให้มีทักษะที่จำเป็น พร้อมสร้างหลักประกันว่าทักษะเหล่านั้นจะได้รับการยอมรับและเชื่อถือในระดับสากล โดยอาเซียนมีประชากรรวมเกือบ 700 ล้านคน และมีกำลังแรงงานกว่า 357 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในแหล่งทุนมนุษย์ขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงของโลก ซึ่งประชาชนและทักษะของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของภูมิภาค ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก อย่างไรก็ตาม อาเซียนยังคงเผชิญกับช่องว่างด้านการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี โอกาสในการสร้างรายได้ สุขภาพ และการคุ้มครองทางสังคม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เศรษฐกิจกำลังก้าวสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่สังคมกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ส่งผลให้เกิดรูปแบบการจ้างงานใหม่และความต้องการทักษะด้านดิจิทัล AI ทักษะสีเขียว และทักษะสำหรับเศรษฐกิจภาคการดูแลเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การรับรองทักษะจึงมีความสำคัญ เพื่อให้แรงงานสามารถแสดงศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่และได้รับการยอมรับในทุกประเทศที่เดินทางไปทำงาน ซึ่งคุณวุฒิหรือทักษะที่ได้รับจากประเทศสมาชิกอาเซียนควรช่วยเปิดโอกาสให้แรงงานเข้าถึงงานในประเทศอื่น ๆ ทั้งในและนอกภูมิภาค ซึ่งจะสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและรายได้ที่ดีขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทย รัฐบาลกำลังพัฒนามาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) เพื่อเชื่อมโยงสิ่งที่ประชาชนเรียนรู้ตลอดชีวิตเข้ากับงานที่แท้จริงและรายได้ที่ดีขึ้น โดยใช้เครื่องมือ เช่น ระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) และการรับรองประสบการณ์และการเรียนรู้เดิม (Recognition of Prior Learning: RPL) เพื่อให้ทักษะที่ได้รับจากสถานศึกษา การทำงาน หรือประสบการณ์ ได้รับการรับรองและสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสทางอาชีพที่เป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลไทยคือ แรงงานทุกคน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ควรมีโอกาสยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ สามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่า และมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน การลงทุนในประชาชนจึงหมายถึงการช่วยให้ประชาชนมีทักษะที่เหมาะสม เข้าถึงงานและรายได้ที่ดีขึ้น และได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม โดยต้องครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบและผู้ที่อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า ไม่มีประเทศใดสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้เพียงลำพัง อาเซียนจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศหุ้นส่วน เพื่อให้คุณวุฒิและทักษะสามารถเทียบเคียง เป็นที่เชื่อถือ และได้รับการยอมรับข้ามพรมแดน พร้อมสนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี และนำผลการหารือไปสู่ความร่วมมือและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
“การทำงานร่วมกันจะช่วยให้อาเซียนยกระดับมาตรฐานทักษะ สร้างโอกาสที่มากขึ้นให้แก่ประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของภูมิภาค” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสร้างประชาคมอาเซียนที่ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนำไปสู่งานที่ดีขึ้น รายได้ที่ดีขึ้น และความมั่นคงที่มากขึ้นสำหรับประชาชน พร้อมสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณรัฐมนตรี ผู้แทน และแขกผู้มีเกียรติจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศหุ้นส่วนที่เข้าร่วมการประชุม ก่อนประกาศเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ



