
วันที่ 8 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอคำแปรญัตติเพื่อขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมลงร้อยละ 10 พร้อมตั้งคำถามถึงทิศทางและระบบการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมีความข้องใจอย่างยิ่งต่อการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ที่ผ่านมามักเห็นรัฐมนตรีลงพื้นที่สัญจรและประกาศโครงการต่างๆ รายทาง แต่เมื่อตรวจสอบเล่มงบประมาณกลับพบว่าไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่สื่อสารกับประชาชน เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งแม้คณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นจะยอมรับข้อท้วงติงเรื่องความคุ้มค่าแล้ว แต่กลับยังมีงบศึกษาตกค้างอยู่ในเล่มงบประมาณ จึงขอตั้งคำถามว่า เหตุใดกรรมาธิการฯ จึงไม่ทบทวนตัดออก หรือตั้งใจทิ้งเป็นเชื้อเพื่อเดินหน้าต่อใช่หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า โครงการใหญ่หลายโครงการที่รัฐบาลนำไปโฆษณาหาเสียง พร้อมพาดพิงพรรคการเมืองอื่น แท้จริงแล้วเป็นการสานต่อจากรัฐบาลในอดีต เช่น รถไฟทางคู่ยุครัฐบาลนายชวน หลีกภัย และรัฐบาลของตน แต่สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำกลับขาดเอกภาพ ไม่มีการบูรณาการรางและถนนในลักษณะ Southern Connect อย่างเป็นระบบ งบประมาณส่วนใหญ่กลับมุ่งเน้นไปที่การสร้างถนน โดยใช้วิธีอนุมัติงบผูกพันเริ่มต้นเพียงร้อยละ 15 เพื่อทิ้งเชื้อไว้ แต่ทิ้งภาระงบประมาณมหาศาลไว้ในอนาคต ซึ่งเสี่ยงต่อการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนและผู้รับเหมาเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรียังได้ตักเตือนถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ยังขาดความชัดเจน จนทำให้ประเทศเสียทิศทางในการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
“เรื่องคมนาคม และโลจิสติกส์เป็นหัวใจของขีดความสามารถการแข่งขัน ผมอยากให้รัฐบาลไทยมีแผนที่ชัดเจน จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนนั้น ไม่ใช่จัดเงินเพื่อเอื้อกลุ่มทุน และโฆษณาหาเสียงโครงการโลจิสติกส์ไปวันๆ ผมว่าการซื้อเสียงแย่แล้ว กำลังมีปรากฏการณ์กรรโชกเสียงอีก ในเรื่องของการไปพูดถึงว่า ต้องเลือก สส. ทั้งจังหวัด จึงจะได้โครงการนั้นโครงการนี้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว



