
วันที่ 12 กันยายน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีและโอกาสของคนไทยที่รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประสบความสำเร็จในการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ของโลกแล้วสองบริษัท คือ MSD และ Roche โดยต่อจากนี้จะเจรจากับ Sandoz และบริษัทอื่นๆ อีกนับสิบบริษัท การดำเนินการนี้เป็นไปตามแผนงานของรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากประเทศผู้รับจ้างผลิตสินค้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาและร่วมผลิตสินค้าที่ใข้เทคโนโลยีและมูลค่าสูง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการของกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนให้ประเทศไทยจากผู้ซื้อยาเป็นผู้ร่วมวิจัยพัฒนายาและเป็นผู้ร่วมผลิตยา โดยจะมีทั้งการนำเงินที่ต้องใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนายาเข้ามาลงทุนวิจัยในประเทศไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้พูดคุยเบื้องต้นกับบริษัท Roche ว่าจะมีการลงทุนวิจัยยาในประเทศไทยถึง 15,000 ล้านบาท หากเมื่อรวมกับอีกหลายบริษัทที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา อาจจะมีเงินทุนวิจัยเข้ามาในประเทศถึงแสนล้านบาท
เมื่อประเทศไทยอยู่ในฐานะผู้ร่วมพัฒนายา ก็ได้มีการพูดคุยเรื่องการที่ระบบหลักประกันสุขภาพของไทยจะได้ยาเพื่อนำมารักษาโรค โดยเฉพาะโรคยากๆ ที่ต้องการยาใหม่ๆ ในราคาที่ถูกลง
ทั้งนี้การเจรจากับบริษัทยาของกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเจรจาเกี่ยวกับการลงทุนสร้างฐานการผลิตยาในประเทศไทยด้วย
นพ.เอกภพ กล่าวด้วยว่า จากการดำเนินการสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยด้านสาธารณสุขนี้ นอกจากผลที่ประชาชาชนคนไทยจะได้เข้าถึงยาใหม่ผ่านระบบหลักประกันสุขภาพต่างๆ ในราคาที่ถูกลงแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในอนาคตสำหรับงานทางด้านสาธารณสุขหรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย การทำงานในระบบการผลิตยา ถือเป็นหนึ่งผลงานที่จับต้องได้ของรัฐบาลที่สร้างอนาคตทางโอกาสและเศรษฐกิจพร้อมไปกับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย



